ผู้การตำรวจ ยันสห.ปืนโหด กระหน่ำยิงถึง 19 นัด มุ่งปมแค้นส่วนตัว
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุอุกอาจ สิบโท มานิตย์ จันทะพินิจ หรือ สห.วิทย์ อายุ 33 ปี ตำแหน่งสารวัตรทหาร หรือ สห. มทบ.210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง นครพนม ชาว อ.ปลาปาก จ.นครพนม ก่อเหตุขับรถจักรยานยนต์ และใช้อาวุธปืนพก ขนาด 9 มม. กระหน่ำยิงเพื่อนรุ่นน้องค่ายเดียวกัน คือ สิบตรี วัชระ อินาลา หรือ สห.เกิ้ล อายุ 29 ปี ตำแหน่งสารวัตรทหาร มทบ.210 นครพนม บ้านเกิด ต.โพนแพง ธาตุพนม จ.นครพนม เสียชีวิต ขณะเข้าเวรป้อมยามรักษาการณ์ หน้าค่ายพระยอดเมืองขวาง เสียชีวิตคาที่
โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครพนม พร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน ชันสูตรเบื้องต้น พบผู้ตายถูกยิงตามร่างกายหลายจุดรวมกว่า 12 นัด อยู่ระหว่างการส่งศพไปชันสูตร ตรวจสอบเก็บหลักฐาน เพิ่มเติมที่สถาบันนิติเวชฯ จ.ขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2565 ส่วนผู้ก่อเหตุยังอยู่ระหว่างการหลบหนี
ทั้งนี้ ศาลมณฑลทหารบกที่ 24 อุดรธานี ได้อนุมัติออกหมายจับ สิบโท มานิตย์ จันทะพินิจ เป็นที่เรียบร้อย ฐานความผิดหลักคือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หลังตำรวจได้สรุปพยานหลักฐาน รวมถึงกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเกิดเหตุ เสนอศาลทหารขออนุมัติหมายจับ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มั่นใจหลักฐานเพียงพอมัดตัวผู้กระทำผิด
นอกจากนี้ภายหลังผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบหลักฐานจากภาพวงจรปิดในสถานที่ต่างๆ ในช่วงเกิดเหตุ พบภาพนาทีชีวิต จากกล้องวงจรปิดของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง เยื้องหน้าค่ายทหารที่เกิดเหตุ เป็นภาพบันทึกระยะไกล เห็นเหตุการณ์ขณะผู้ต้องหา คือ สิบโท มานิตย์ ขี่รถจักรยานยนต์ มาจอดยิงผู้ตาย บริเวณประตูหน้าค่ายฝั่งขาเข้า โดยผู้ตายยืนปฏิบัติหน้าที่เฝ้าเวรยามประจำวัน อยู่ทางซ้าย ของฝั่งประตูขาเข้า
โดยมีพลทหารเวรอีกนาย ยืนอยู่ทางขวาประตูขาเข้า เช่นกัน และมีเสียงปืนรัวดังสนั่นกว่า 10 นัด จนพนักงานปั๊มน้ำมัน และชาวบ้าน ที่อยู่ในพื้นที่ตรงข้ามจุดเกิดเหตุ ส่งเสียงกรี๊ดดังสนั่น หวาดผวาแตกตื่น ด้วยความตกใจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาพหลักฐานนาทีชีวิตช่วง สห.สิบโทปืนโหดก่อเหตุ ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ หลบหนีไปตามเส้นทาง สายสกลนครมุ่งหน้าไปยังตัวเมืองนครพนม แบบไม่เร่งรีบ
ทางด้าน พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ระดมทีมสืบสวนสอบสวน กองพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานสำคัญ เพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ จนกระทั่งพบหลักฐานชัดเจนยืนยันตัวคนร้าย นำสู่การเสนอศาลทหาร ออกหมายจับ เนื่องจากผู้กระทำผิดเป็นข้าราชการทหาร กระทำต่อข้าราชการทหาร จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย คือเสนอศาลมณฑลทหารบกที่ 24 อุดรธานี ออกหมายจับ มั่นใจหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีเอาผิดทางกฎหมาย ไม่ผิดตัว ทั้งพยานในที่เกิดเหตุ ภาพจากกกล้องวงจรปิด ส่วนปลอกกระสุนปืน จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบปลอกกระสุน ขนาด 9 มม. ตกในที่เกิดเหตุ จำนวน 19 นัด แต่ยังไม่ทราบขนาดอาวุธปืน เชื่อว่าเป็นปืนแบบออโตเมติก และมีการเพิ่มขนาดแม็กกาซีน บรรจุกระสุน ยิงจนหมดแม็ก
ส่วนปมสาเหตุมุ่งปัญหาความแค้นส่วนตัว ไม่มีปัญหากดดันจากผู้บังคับบัญชา หรือเรื่องผลประโยชน์ในการทำงาน และไม่มีธุรกิจมืดมาเกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน รวมถึงผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหาร ติดต่อเกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องหา เข้ามอบตัว เชื่อว่ายังอยู่ในพื้นที่ มั่นใจไม่หลบหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้าน แต่มีการตรวจสอบสกัดกั้นไว้ก่อนตามชายแดนทุกจุด เชื่อว่าผู้ต้องหาจะเข้ามอบตัวอย่างแน่นอน โดยทางตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการของกฎหมายตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย คนผิดต้องได้รับผิดแน่นอน


