คุกอ่วม! 33 ปี 28 เดือน’แก๊งชาวจีน’ควงบีบีกัน-มีด ปล้นปืนวังบูรพา ทำร้ายเจ้าของร้าน-ลูกจ้าง(คลิป)

8.11.16 | 12:55 น.

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ห้องพิจารณา 814 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีปล้นร้านปืนวังบูรพา หมายเลขดำ อ.1690/2559 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายซัน หรือซุน จุนเหวย (Sun Junwei) อายุ 27 ปี, นายลี คุณ เปง (Li Kunpeng) อายุ 26 ปี, นายหม่า เกิง (Ma Geng) อายุ 34 ปี และนายเซียง หยาง หรือเจิ้น หยาง (Zheng Yang) อายุ 30 ปี ทั้งหมดเป็นชาวจีน เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บฯ, ร่วมปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 140, 264, 265, 268, 288, 340, 371 ร่วมกันมีและใช้วิทยุโทรคมนาคมโดยไม่รับอนุญาต อันเป็นความผิด พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 มาตรา 4, 6, 23


ตามฟ้องอัยการโจทก์เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2559 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 1-3 มีนาคม 2559 เวลา 09.30 น. จำเลยทั้งสี่ ร่วมกับนายวู ซิง จุน (Wu Xing Jun) ที่เสียชีวิตไปแล้วร่วมกันทำแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ปลอม และร่วมกันมีเครื่องรับและเครื่องส่งวิทยุคมนาคมยี่ห้อแฮมเทค (HAMTAC) จำนวน 2 เครื่องโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วพวกจำเลยได้พกพาอาวุธมีดพับปลายแหลมยาว 8 นิ้ว จำนวน 3 เล่ม ติดตัวไปยัง ถ.อุณากรรณ, ถ.เจริญกรุง และภายในศูนย์การค้าสามยอดพลาซ่า แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. โดยจำเลยร่วมกันปล้นอาวุธปืนยาวลูกซองแฝด, ปืนลูกซอง, ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ, ปืนสั้นลูกโม่ และรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์อีก 1 คัน รวมทรัพย์สินทั้งสิ้น 16 รายการ รวมมูลค่า 3,836,000 บาทของนายปกรณ์ แดงละหม้าย ผู้เสียหายที่ 1 ที่เป็นเจ้าของร้านขายอาวุธปืน “อินเตอร์อาร์ม” ที่ ถ.เจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์ โดยการปล้นทรัพย์จำเลยทั้งสี่กับพวกที่เสียชีวิตไปแล้ว ได้เช่ารถจักรยานยนต์ 2 คันจากร้านที่พัทยา จ.ชลบุรี นำมาใช้เป็นพาหนะในการกระทำผิด และยังได้ซื้อบีบีกันที่เป็นสิ่งเทียมอาวุธปืนคล้ายปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติอีก 2 กระบอก มาใช้เพื่อข่มขู่และต่อสู้ขัดขวางด้วย พร้อมกับซื้อเครื่องรับ-ส่งวิทยุคมนาคมเพื่อนำมาใช้ติดต่อสื่อสารในการก่อเหตุด้วย เหตุเกิดที่แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม.

จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาล โดยอัยการโจทก์นำสืบพยานประกอบคำรับสารภาพจำเลยแล้ว

Advertisement

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า โจทก์มีเจ้าของร้านขายอาวุธปืน ผู้เสียหายที่ 1 และพนักงานประจำร้าน ผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ เบิกความสอดคล้องกันในรายละเอียดที่เกิดขึ้นตามวัน-เวลาว่า ขณะอยู่ในร้านมีคนร้าย 2 คนสวมหมวกไหมพรม สวมทับด้วยหมวกกันน็อก บุกเข้ามาในร้านแล้วใช้อาวุธมีดแทงเจ้าของร้าน ผู้เสียหายที่ 1 ที่บริเวณอกและด้านล่างได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่พยายามดิ้นต่อสู้คนร้ายพยายามนำกุญแจมาล็อกมือ จากนั้นมีคนร้ายอีก 2 คนตามเข้ามาในร้าน ซึ่งพนักงานประจำร้าน ผู้เสียหายที่ 2 ก็ถูกคนร้ายใช้มีดแทงได้รับบาดเจ็บด้วย ระหว่างผู้เสียหายถูกจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนบีบีกันจ่อศีรษะบังคับอยู่ แต่สังเกตเห็นระหว่างการสไลด์ปืนว่าไม่มีลูก และเป็นปืนบีบีกัน จึงส่งเสียงขอความช่วยเหลือ ซึ่งหลังเกิดเหตุแล้วคนร้ายถูกจับพยานก็สามารถชี้ตัวถูกว่าเป็นจำเลยที่ 1 และที่ 3

นอกจากนี้ โจทก์ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยยิงสกัดคนร้ายระหว่างหลบหนี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ รปภ.สวนรมณีนาถที่คนร้ายวิ่งหนีไป และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเบิกความสอดคล้องหลังมีการติดตามจับกุมคนร้ายว่าจำเลยที่ 2 ถอดเสื้อและหมวกทิ้งไว้ที่สวน ก่อนเข้าไปหลบที่บ้านไม่มีเลขที่บริเวณใกล้เคียง

ขณะเดียวกันยังมีผู้จัดการโรงแรม, ผู้ที่ขายอาวุธปืนบีบีกัน, ผู้ที่ขายวิทยุคมนาคม และผู้ที่ให้เช่ารถกับจำเลยก็เบิกความสอดคล้องกัน โดยพยานโจทก์ทั้งหมดต่างไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยทั้งสี่มาก่อน จึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 4 เป็นตัวการ สั่งการผ่านวิทยุคมนาคม ให้จำเลยที่ 2-4 ก่อเหตุโดยคดีนี้จำเลยทั้งสี่ ก็รับสารภาพและนำชี้จุดที่เกิดเหตุอีกด้วย

จึงพิพากษาว่า นายซัน หรือซุน จุนเหวย จำเลยที่ 1 มีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันใช้วิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพกอาวุธไปในที่สาธารณะ และร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน รวม 5 ข้อหา

ส่วนนายลี คุณ เปง, นายหม่า เกิง และนายเซียง หยาง หรือเจิ้น หยาง จำเลยที่ 2-4 ให้ลงโทษฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันใช้วิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพกอาวุธไปในที่สาธารณะ รวม 4 ข้อหา

จำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพ มีเหตุลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกนายซัน หรือซุน จุนเหวย จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 33 ปี 28 เดือน และปรับ 3,000 บาท ส่วนนายลี คุณ เปง, นายหม่า เกิง และนายเซียง หยาง หรือเจิ้น หยาง จำเลยที่ 2-4 ให้จำคุกคนละ 33 ปี 22 เดือน และปรับคนละ 3,000 บาท ส่วนของกลางทั้งหมดให้ริบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำพิพากษา ซึ่งมีล่ามแปลภาษาจีน แปลคำพิพากษาให้ฟังแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงคุมตัวทั้งหมดไปคุมขังยังเรือนจำต่อไป โดยระหว่างการพิจารณาจำเลยทั้งสี่ไม่เคยได้รับการประกันตัวแต่อย่างใด