ฎีกาจำคุก1เดือน”อจ.ตุ้ม สุดสงวน”ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดศาล

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 พฤศจิกายน 59 ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ ลม.1/2557 ที่ผู้อำนวยสำนักการประจำศาลแพ่ง เป็นผู้กล่าวหา นางดารุณี กฤตบุญญาลัย , นางสุดสงวน สุธีสร หรืออาจารย์ตุ้ม อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนาย พิชา วิจิตรศิลป์ ทนายความ (เสียชีวิตแล้ว) เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1- 3 กรณีประพฤติตนไม่เรียบร้อยบริเวณศาล จากเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 นางดารุณี นักธุรกิจไฮโซ แนวร่วม นปช. กับพวก นำมวลชนจำนวนมาก รวมตัวกันที่หน้าอาคารศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษกแล้วมีการอ่านแถลงการณ์ วางพวงหรีด และชูป้ายวิจารณ์การทำหน้าที่ของศาลแพ่ง คดีที่ กปปส. ฟ้องเพิกถอนการออกประกาศ ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาผูกติดไว้กับประตูรั้ว โดยศาลแพ่งไต่สวนและตรวจดูภาพที่บันทึกเหตุการณ์แล้วเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2557

โดยกรณีดังกล่าวนางสุดสงวน และ นายพิชา ทนายความ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 – 3 ให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณานางดารุณี กฤตบุญญาลัย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 หลบหนี ศาลจึงออกหมายจับและจำหน่ายคดีของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ชั่วคราว

ขณะที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ให้จำคุกนางสุดสงวน และ นายพิชา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 – 3 คนละ 1 เดือน

ต่อมาผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 – 3 อุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์นั้น นายพิชา ทนายความผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ถึงแก่ความตาย ศาลอุทธรณ์จึงจำหน่ายคดีเฉพาะผู้ถูกล่าวหาที่ 3 ออกจากสารบบความ ส่วนนางสุดสงวน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ศาลอุทธรณ์ เห็นว่ารับราชการเป็นอาจารย์ในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีตำแหน่งเป็นถึงรองศาสตราจารย์ ถือว่าได้ทำคุณประโยชน์แก่ทางราชการ จึงเห็นควรให้ลงโทษกักขังผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 แทนโทษจำคุก จึงพิพากษาแก้ เป็นให้เปลี่ยนโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นกักขังแทน มีกำหนด 1 เดือน โดยนางสุดสงวน ยื่นประกันตัวระหว่างฎีกา ศาลพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัว ตีราคาประกันเป็นเงินสด 50,000 บาท


โดยในวันนี้นางสุดสงวน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เดินทางมาศาลเพื่อฟังคำพิพากษา พร้อมด้วยมวลชนกว่า 30 คน มาให้กำลังใจ โดยศาลฎีกา

ภายหลัง นายสมชาย ภู่บึงไผ่ ทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้ศาลฎีกา พิจารณาแล้วมีคำพิพากษากลับ ให้ลงโทษนางสุดสงวน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำคุก 1 เดือน โดยไม่ลงอาญา จากนี้นางสุดสงวน ต้องถูกนำตัวไปรับโทษยังทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้มีมวลชนแนวร่วมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)และประชาชนมาให้กำลังใจนางสุดสงวน ประมาณ 30 คน อาทิ นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อดีตผู้ว่าการรถไฟเเห่งประทศไทย และ น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด อดีตแกนนำกลุ่มสภาประชาชน และแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.)

หลังอ่านคำพิพากษาเสร็จ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ย้ายนางสุดสงวน จากศาลแพ่งมาควบคุมบริเวณใต้ถุนศาลอาญา โดยกันไม่ให้มวลชนที่วิ่งตามเข้ามาในพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุความวุ่นวาย ก่อนจะอนุญาตให้เข้าเยี่ยมที่หน้าห้องควบคุมผู้ต้องขังหญิงบริเวณใต้ถุนศาลอาญาได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป

บทความก่อนหน้านี้จีนรุกคืบภารกิจบนอวกาศ ยิงจรวด “ลองมาร์ช5”
บทความถัดไปจักษุแพทย์เตือนอย่ากด ขยี้ดวงตาแรงๆ อาจเสี่ยงเกิด ‘โรคกระจกตาโก่ง’ กระทบปัญหาการมองเห็น