“พ่อหมอฟ้า” ยื่นฟ้องหมิ่น เรียกเงิน 3 แสนบาท ญาติคนไข้ถ่ายคลิปขณะรักษา
จากกรณีญาติคนไข้ถ่ายคลิปการรักษาของหมอหญิงคนหนึ่ง ขณะกำลังคุยโต้ตอบกับคุณหมอหญิงท่านหนึ่ง ที่ รพ.ยโสธร โดยคุณหมอบอกว่า “ถ้าญาติอยากรักษาเพิ่มเติม หรืออยากไปที่อื่นต่อก็บอกได้นะคะ” ในขณะที่เสียงญาติคนถ่ายคลิปเข้าใจว่าคุณหมอจะไล่คนไข้ พร้อมกับพูดว่า ถ้ามีเงินคงไม่มาหาหมอแบบนี้ค่ะ อยากมีเงินรักษาที่อื่นเหมือนกัน” โพสต์ในโซเชียล ซึ่งคลิปนี้ถูกนำไปโพสต์ในสื่อโซเชียล ทั้ง TikTok และFacebook โดยทวิตเตอร์ของ Red Skull ได้นำเรื่องนี้มาแชร์ไว้ พร้อมกับเขียนข้อความว่า “ญาติผู้ป่วยถือกล้องแล้วมีพลังเสมอ สงสารหมอ เจอญาติผู้ป่วยประสาทแดก อัดคลิปกะให้กระแสสังคมฟาดหมอ สุดท้ายทัวร์ลงตัวเองยับจนต้องลบคลิป ขณะเดียวกันมีคอมเมนท์หนึ่ง ระบุว่า “ไปเจอกันที่ศาลครับ ลบแล้วก็ไม่พ้น ความผิดสำเร็จแล้ว” พร้อมกับบอกว่า บังเอิญพ่อหมอเป็นทนายความ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 กันยายน ที่ศาลจังหวัดยโสธร นายธรัช โคตรสมบัติ หรือทนายโบตั๋น ในฐานะทนายความและพ่อของพญ.ศศินา โคตรสมบัติ หรือหมอฟ้า(โจทก์) ได้นำพยานหลักฐานที่ถูกแชร์ในคลิปในโซเซียลมีเดียเข้ายื่นฟ้อง น.ส.เอ จำเลย (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ชาวอ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ต่อศาลจังหวัดยโสธร ในข้อหาดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าด้วยการโฆษณา,หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา, พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 และพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 พร้อมเรียกค่าเสียหาย 300,000 บาท
นายธรัช กล่าวว่าวันนี้เดินทางมายื่นฟ้องกล่าวหา น.ส.เอ จำเลยที่ได้เผยแพร่คลิปลงโซเชียลมีเดียโดยไม่ได้รับอนุญาต และก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนทั่วประเทศและก็ชาวโซเชียลมีเดียทุกท่านที่ส่งกำลังใจมาให้หมอฟ้า ซึ่งหมอฟ้าเป็นแพทย์ที่จบได้บรรจุเข้าราชการมาเพียงแค่ 3 เดือน ได้รับรู้รสชาติของชีวิตจริงนอกรั้วมหาลัยว่าไม่ได้สวยงาม ซึ่งในการทำงานคงจะต้องมีระมัดระวังมากขึ้น
ที่สำคัญตนในฐานะของพ่อและก็ในฐานะของทนายความก็ได้มายื่นฟ้องต่อญาติผู้ป่วย หรือเราจะเรียกว่าจำเลยในคดีนี้ในวันนี้ ก็ไม่ได้มีความโกรธแค้นกัน แต่เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้กับพี่น้องประชาชน ที่ควรจะคิดดีก่อนที่จะกระทำการใดๆ เพื่อเป็นการขัดขวางการรักษาคนป่วยของแพทย์หรือพยาบาล รวมถึงการถ่ายภาพผู้ป่วยหรือแพทย์ที่กำลังรักษาว่า เป็นสิ่งที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม ตนจึงได้กล่าวหาว่าจำเลยได้กระทำความผิดใน 4 ข้อหาว่า
1.จำเลย มีความผิด ประมวลกฎหมายอาญาตามมาตรา 393 ฐานดูหมิ่นโจทก็ด้วยการโฆษณาน 2.จำเลยมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ฐานได้ใส่ความหมิ่นประมาทหมอ ด้วยการโฆษณาผ่านระบบอินเตอร์เน็ตบนโลกออนไลน์ เพราะการโพสต์ดังกล่าว สามารถที่จะทำความเสียหายได้อย่างกว้างขวางไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้
3.กล่าวหาว่าจำเลยได้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติพ.ศ 2550 มาตรา 49 ประกอบมาตรา 7 และ4. กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ 2562 มาตรา 79 ประกอบมาตรา 26,27และ28
อย่างไรก็ตามตนหมอฟ้าและครอบครัว ฝากความห่วงใยไปยังสามีของจำเลย อาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย บุญบารมีมีของหลวงปู่แสง และเกจิอาจารย์ทุกท่านและพระธาตุพระพระอานนท์ จงดลบันดาลช่วยให้อาการป่วยสามีของจำเลยขอให้หายเป็นปกติดีวันดีคืนได้กลับมาทำบุญต่อไป
แต่ว่าในส่วนของจำเลยที่กระทำความผิดก็จะต้องต่อสู้คดีตามกฎหมาย ส่วนจะผิดข้อหาอะไรบ้างก็คงจะเป็นดุลพินิจของศาล
นอกจากนี้เหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทางนักกฎหมายและทนายความที่เป็นเครือข่ายได้ร่วมรวมความเห็นว่าจะจัดตั้งสมาคมหรือชมรมนักกฎหมายทนายความเพื่อผู้ประกอบวิชาชีพทางการสาธารณสุขและการแพทย์ขึ้นเพื่อเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย เพื่อที่จะไปช่วยพี่น้องบุคลากรทางการสาธารณสุขหรือการแพทย์ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งตอนนี้มีพี่น้องนักกฎหมายทนายความสนใจเข้าร่วมชมรมแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งคงจะขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมต่อไป
ส่วนรายละเอียดในเรื่องข้อเท็จจริงในการกระทำความผิดนะครับ ตนและทีมงานทนายก็ได้ตรวจดูข้อเท็จจริง พร้อมพยานหลักฐานต่างๆ ว่าเขาได้ทำความผิดตามมาตราไหนบ้าง แต่ว่าเขาก็ฉลาดนะครับเขาโพสต์ใน tiktok แล้วก็โพสต์ใน facebook จำนวน 3 โพสต์ เขาก็ไม่เห็นหน้าไม่ให้เห็นชื่อ แล้วก็ลงข้อความที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทไป แต่ว่าผู้กระทำความผิดย่อมทิ้งร่องรอยเสมอนั้นก็คือเสียง เพราะว่าเสียงสามารถระบุได้ 100% ว่าคือหมอ และภาพในคลิปนั้นเพื่อนหมอที่เจอคลิปวีดีโอที่ปรากฏภาพร่างกายและเสียงของหมอ ก็ส่งคลิปมาบอกหมอว่ายืนยันตัวตนว่าเป็นหมอฟ้าแน่นอนก็ถือว่าจำเลยได้กระทำความผิดสำเร็จแล้ว ส่วนจำเลยจะมีความผิดอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล โดยทางตนยืนยั่นจะไม่มียอมความแน่นอนพร้อมเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 3 แสนบาท
เบื้องต้นศาลยโสธรได้ประทับรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่อ2357/65 โดยนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 14 พ.ย.นี้

