คนขับรถเมล์แจง บีบแตรเตือน จยย.แซงซ้าย ขณะเลี้ยวออกจากแยก จยย.ไม่พอใจตามด่า จนเกิดชกต่อย ขนส่งสั่งปรับ 3 พัน พักใบอนุญาต 30 วัน ผิดไม่คำนึงถึงความปลอดภัยผู้โดยสาร
รายงานข่าวจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) แจ้งว่า ตามที่สื่อออนไลน์ได้เผยแพร่คลิปภาพพนักงานขับรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 3 ชกต่อยกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ก.ย.65 เวลา 17.30 น. บริเวณหน้าสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร นั้น
อ่านข่าว คนขับรถเมล์สาย 3 หวดชายขี่จยย.ไม่ยั้ง จนล้มคว่ำ ขสมก.ตั้งกรรมการเชือด
วันนี้ (23 กันยายน) เวลา 10.00 น. กรมการขนส่งทางบกได้เรียกตัวผู้ขับรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) คันที่เกิดเหตุ คือ นายอภิสิทธิ์ สุรินทร์ทอง ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถทุกประเภทชนิดที่ 2 สิ้นอายุวันที่ 1 พ.ย.67 และผู้จัดการเดินรถโดยสารสายดังกล่าว มาสอบสวนข้อเท็จจริง โดยนายอภิสิทธิ์ได้ให้การว่า ตนขับรถรับผู้โดยสารจำนวน 3 คน ออกจากท่ารถเพื่อไปส่งตามปกติ
สาเหตุเกิดจากตนได้บีบแตรเตือนผู้ขี่รถจักรยานยนต์คู่กรณีที่แซงรถทางด้านซ้ายขณะกำลังเลี้ยวออกจากแยกศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางมุ่งหน้าตลาด อ.ต.ก. ทำให้ผู้ขี่รถจักรยานยนต์ไม่พอใจขี่รถตามมาตลอด จนรถเลี้ยวซ้ายบริเวณแยกตลาด อ.ต.ก. มาถึงบริเวณหน้าสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ตนได้ยินเสียงวัตถุกระทบตัวรถด้านหลังเสียงดัง โดยมีผู้ขี่รถจักรยานยนต์คู่กรณีขี่รถตีคู่มาประกบด้านขวาและด่าทอพร้อมท้าทายให้ลงจากรถ ตนเกิดโมโหจึงได้ลงจากรถไปหาคู่กรณีและเกิดทะเลาะวิวาทชกต่อยกันจนเป็นภาพเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าว
กรมการขนส่งทางบก โดยกองตรวจการขนส่งทางบก พิจารณาแล้ว เห็นว่าพฤติกรรมของผู้ขับรถดังกล่าวถือเป็นความผิดกรณีไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสาร และละทิ้งหน้าที่ผู้ขับรถโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่ง ตามมาตรา 102 (4) แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 จึงได้ดำเนินการ ดังนี้
1.เปรียบเทียบปรับตามมาตรา 102 (4) ประกอบมาตรา 127 เป็นเงิน 3,000 บาท และส่งเข้ารับการอบรมจิตสำนึกการเป็นผู้ขับรถที่ดี เป็นเวลา 3 ชั่วโมง
2.ลงโทษพักใช้ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถทุกประเภทชนิดที่ 2 ของนายอภิสิทธิ์ สุรินทร์ทอง ตามมาตรา 109 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 เป็นเวลา 30 วัน
3.กำชับผู้จัดการเดินรถโดยสารปรับอากาศ ขสมก. สาย 3 ให้ควบคุมดูแลและอบรมผู้ประจำรถให้ควบคุมอารมณ์และมีจิตสำนึกการให้บริการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

