สลด! ลุงพิการขาขาด ปีนบันไดข้ามกำแพงสูง 4 เมตร ไม่ยอมออกจากพื้นที่ เกรงถูกยึดบ้านกว่า 1 งาน

28.09.22 | 17:47 น.

สลด! ลุงพิการขาขาด ปีนบันไดข้ามกำแพงสูง 4 เมตร ไม่ยอมออกจากพื้นที่ เกรงถูกยึดบ้านกว่า 1 งาน

วันที่ 28 ก.ย.65 จากกรณีที่ว่า พบนายสิริชชชัย วรรณคำ อายุ 66 ปีลุงพิการขาด นั่งรถสามล้อโยกเอง เข้าไปในโรงฆ่าสัตว์เทศบาลเมืองสระบุรี จากนั้นต้องปีนข้ามกำแพงที่สูงถึง 4 เมตร โดยใช้ไม้เท้าค้ำยัน ปีนขึ้นนานร่วม 10 ปี เพื่อที่จะเข้าไปในบ้านของตนเองที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูง เป็นที่น่าเวทนา และสงสารเป็นยิ่งนัก เกรงว่าจะพลัดตกลงมาได้รับอันตราย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น


คืบหน้าวันนี้ ส.ต.ยอด พันธุ์ตุ่น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากข้าวสาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อบต.ปากข้าวสาร ดร.วิทูล หนูยิ้มซ้าย รองนายกเทศมนตรีเมืองสระบุรี นายนฤพล อุตรพงษ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองสระบุรี และสมาชิก น.ส.อทิตยา เกษตรสุนทร เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สระบุรี (พม.สระบุรี) พร้อมนำเครื่องบริโภคมามอบให้ (ข้าวสารอาหารแห้ง) 1 ถุง ได้ลงพื้นที่ไปยังโรงฆ่าสัตว์เทศบาลเมืองสระบุรี ม.4 ซ.เกาะเย็น ต.ปากข้าวสาร อ.เมือง จ.สระบุรี พบนายสิริชัย วรรณคำ (ลุงพิการขาขาด) เพื่อปรึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

โดยการพูดคุยกันในเบื้องต้น มีการเสนอแนะนำให้นายสิริชัย ย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าวแล้วจะไปสร้างบ้านในพื้นที่ของพี่สาวนายสิริชัย ให้ ซึ่งอยู่ในละแวกใกล้เคียงกัน เนื่องจากพื้นที่ที่นายสิริชัย อาศัยเป็นที่ตาบอด และเป็นที่ที่ตัดเศษ(ที่หัวไร่ปลายนา) ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 1 งาน ไม่สารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ เพื่อที่นายสิริชัย จะได้ไม่ต้องมาปีนกำแพงสูง 4 เมตร เข้า- ออก เกรงว่าจะเกิดอันตราย แต่นายสิริชัย ไม่ยอมออกไป จะขออยู่อย่างนี้ต่อไป เนื่องจากว่าตนเองอยู่ในพื้นที่ตรงนี้ก่อนที่พื้นที่ดังกล่าวจะเป็น ของนายก อบต.แต่เมื่อถามทาง ส.ต.ยอด นายก อบต.ปากข้าวสาร ที่เป็นเจ้าของที่ที่ติดกับนายสิริชัย ขอให้เปิดทางกำแพงให้ก็ไม่สามารถเปิดให้ได้ ซึ่งในการพูดคุยกันนั้นยังหาข้อสรุปให้ยังไม่ได้

ทางด้าน ดร.วิทูล หนูยิ้มซ้าย รองนายกเทศมนตรีเมืองสระบุรี เผยว่า เรื่องทางเข้า-ออก เกิดมาเป็น 10 ปีมาแล้ว และที่เห็นว่ามีรอยปิด ก็เกิดจากว่าตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ผอ.คนเก่าเห็นว่ามีช่องที่กำแพง ซึ่งอาจจะไม่ทราบว่าเป็นช่องอะไรจึงได้มาปิด ก่อนที่ทางผู้บริหารชุดนี้จะเข้ามา โดยจากที่พูดคุยกันในวันนี้ได้บทสรุปว่า ผู้ที่อยู่อาศัย นายสิริชัย ตามข้อเสนอของนายก อบต.บอกว่าจะให้ไปอยู่กับพี่สาว แต่ทางลุงไม่ไป แต่เมื่อจะให้ทางเทศบาลเปิดทางเข้าออกให้ ก็จะต้องไปดูขั้นตอนของสถานที่ราชการ ซึ่งมันค่อนข้างที่จะยุ่งยาก

Advertisement

โดยตนเองจะต้องไปศึกษาดูก่อนว่าทำอย่างไรถึงจะเปิดให้ได้ ต่อเมื่อจะให้เปิดทางของ นายก ทางนายก ก็ไม่สะดวก โดยรวมตนเองก็จะต้องไปศึกษาดูทางด้านกฎหมาย ดูว่าจะทำอย่างไรถึงจะช่วยเหลือได้ โดยที่ไม่ผิดกฎหายหรือระเบียบ เพื่อให้ทางลุงได้มีทางเข้า-ออก เนื่องจากคาดว่าลุงจะสมัครใจที่จะครอบครองที่อยู่เหมือนเดิม เนื่องจากอยู่มานาน กลัวว่าเมื่อไปอยู่กับพี่สาวแล้ว ใครอาจจะเข้ามาครอบครองที่ตนเอง ส่วนเทศบาลถ้าจะช่วยก็จะช่วยทางด้านระเบียบกฎหมาย ว่าจะทำอย่างไรให้บรรเทาลงได้ ซึ่งตอนนี้ก็คงจะยังคงอนุญาตให้ทางลุงปีนเข้า-ออกไปก่อน ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถทุบกำแพงให้ได้ เกรงว่าจะผิดระเบียบขึ้นมาจะลำบาก

ทางด้าน ส.ต.ยอด พันธุ์ตุ่น นายก อบต.ปากข้าวสาร กล่าวว่า ตนเองอยากให้ไปอยู่ในพื้นที่ของพี่สาวนายสิริชัย เนื่องจากว่ามีตั้งไร่กว่า โดยตนจะเข้าไปปลูกบ้านให้อยู่อาศัย แต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาไม่อยากไป แต่ก่อนเทศบาลก็เปิดทางให้ ตัวเราเป็นอย่างไรล่ะเขาถึงได้ปิด เมื่อผุ้สื่อข่าวถามว่ากำแพงที่ติดกันเป็นของนายกใช่ไหม พอจะเปิดช่องประตูเปิด-ปิดให้ได้ไหม ทางนายก อบต.ปฏิเสธว่าไม่ได้ โดยบอกว่าเขาไม่ยอมออกทางนี้ เนื่องจากว่าทางลุง กับตนเองนั้นเหมือนลิ้นกับฟันมันกระทบกัน ทำให้เขาไม่ยอมออกทางพื้นที่ตน

ทางด้าน น.ส.อทิตยา เกษตรสุนทร เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สระบุรี เผยว่า ทาง พม.จะมองปัญหาเฉพาะโดยรวม จากนั้นจะขอเรื่องเงินสงเคราะห์ให้กับลุง ซึ่งจะได้ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ต่อครั้ง ซึ่งจะมีการพิจารณาจากคณะกรรมการอีกที ซึ่งจะต้องไปสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เนื่องจากดูจากสภาพปัญหาแล้ว ลุงอาศัยอยู่คนเดียวรายได้อาจจะไม่พอ ส่วนรถสามล้อโยกที่ใกล้จะพังแล้ว ก็จะประสานทาง อบต.ปากข้าวสารให้ หารถสามล้อโยกให้ใหม่ซึ่งในวันนี้ได้นำข้าวสารอาหารแห้งมามอบให้ กับนายสิริชัย จำนวน 1 ถุง

ส่วนนายสิริชัย วรรณคำ ลุงพิการขาขาดเผยว่า ถ้าจะไปปลูกบ้านในพื้นที่ของบ้านพี่สาวนั้น ตอนนี้ยังไม่สามารถที่จะทำได้ เนื่องจากว่ายังต้องปรับพื้นที่ที่บ้านอีกนาน ส่วนตัวแล้วขออยู่ที่นี่ต่อไป แม้ว่าจะไม่มีทางเข้า-ออก ก็ยังจะอยู่ต่อไป ซึ่งถ้าตนเองย้ายออกไป ก็จะทำให้ตนเองเสียพื้นที่ไป ซึ่งถ้าตนเองย้ายออก ก็จะถูกยึดที่โดยทันที ซึ่งตนรู้อยู่แล้วว่ามีคนที่จะขยับเข้ามาเอาที่ของตนไป ถึงจะมาบีบตนให้ออกไป เขาจะได้ขยายเข้ามา โดยพื้นที่ดังกล่าวตนครอบครองมาตั้งแต่สมัย พ่อ-แม่ ของตน ซึ่งที่ดังกล่าวเป็นที่ตัดเศษ ที่หัวไร่ปลายนา เนื้อที่ประมาณ 1 งาน