เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ และรองโฆษกดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีคณะทำงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษมีคำสั่งเลื่อนการสั่งคดีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายกับพวกรวม 5 คน ในฐานความผิดสมคบกันฟอกเงินและรับของโจรจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ เป็นวันที่ 30 พฤศจิกายนว่า ไม่สามารถพูดในรายละเอียดได้ พนักงานสอบสวนต้องดูว่าพนักงานอัยการได้สั่งให้มีการสอบเพิ่มเติมในประเด็นใดบ้าง อีกทั้งหลักการสอบสวนมีการพิจารณาเป็น 2 ลำดับคือ พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้อง เพราะเหตุผลอะไร ส่วนพนักงานอัยการก็มีหน้าที่พิจารณาว่าเหตุผลที่พนักงานสอบสวนส่งให้นั้นพอหรือไม่ หรือมองต่างจากพนักงานสอบสวนอย่างไร ซึ่งอะไรที่พนักงานอัยการต้องการเพิ่มเติมก็สั่งกลับมา เป็นไปตามขั้นตอนปกติ ขณะนี้เราก็เร่งสอบสวนในส่วนที่พนักงานอัยการสั่งสอบเพิ่มเติมอยู่
พ.ต.ต.วรณันยังกล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 รายถูกแจ้งข้อกล่าวหา หลังปรากฏชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกรรมการเงินที่มาจากการซื้อขายที่ดินในคดีสหกรณ์ฯคลองจั่นว่า ตามที่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว อย่างกรณีนี้ต้องหาคดีอาญา ก็ต้องมีการรายงานตนต้องหาคดีอาญาขึ้นมา และตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็จะมีขั้นว่าจะต้องสอบสวนวินัยอย่างไร จะมีคำสั่งเกี่ยวกับตัวบุคคลที่ครองตำแหน่งอยู่อย่างไร ซึ่งมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว ส่วนที่ผ่านมาจะเคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นหรือไม่ไม่แน่ใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องมีการพักงานของเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คนเลยหรือไม่ พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า ต้องไปดูระเบียบว่าเมื่อมีการตั้งกรรมการสอบสวนแล้วขั้นตอนการสอบสวนเป็นอย่างไร ระหว่างนั้นจะต้องมีการพักราชการก่อน หรือจะทำอย่างไร ซึ่งตรงนี้มีขั้นตอนอยู่แล้ว ทั้งนี้ ยืนยันว่าทุกอย่างจะดำเนินการด้วยความโปร่งใสเป็นไปตามกฎหมาย
ถามต่อว่า การตั้งกรรมการสอบดังกล่าวเป็นอำนาจของใคร พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า ต้องดูระดับข้าราชการ หากเป็นระดับชำนาญการพิเศษลงมาก็จะเป็นอำนาจของอธิบดีดีเอสไอ ถ้าระดับข้าราชการสูงกว่าตำแหน่งดังกล่าวขึ้นไปก็จะเป็นอำนาจของกระทรวง ส่วนกรณีนี้ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวไปแล้วนั้นก็จะเป็นอำนาจของอธิบดี

