ทนายธัมมชโย ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมอสส. คดีสหกรณ์ฯคลองจั่นโยงเจ้าอาวาสวัดธรรมกาย

14.11.16 | 13:32 น.

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด แจ้งวัฒนะ นายสมชาย มีบางยาง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกรณีการดำเนินคดีกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นที่เชื่อมโยงกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย ต่ออัยการสูงสุด โดยมีนายพันธุ์โชติ บุญศิริ อัยการพิเศษฝ่ายสอบสวน 1 เป็นผู้รับเรื่อง ทั้งนี้ นายสมชายกล่าวถึงกรณีที่พระธัมมชโยถูกพนักงานสอบสวนดีเอสไอแจ้งข้อหาร่วมกันฟอกเงินและรับของโจรเป็นคดีพิเศษที่ 27/2559 และคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการว่ากรณีดังกล่าวมีประเด็นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายประเด็นที่ต้องการร้องขอให้อัยการให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาข้อกฎหมายอย่างครบถ้วน และให้มีการสั่งสอบพยานเพิ่มเติม เพื่อความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา


สำหรับประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งขอให้ตรวจสอบ ประกอบด้วย 1.กรณีการตั้งข้อหาในคดีพิเศษ 63/2557 ซึ่งดีเอสไอตั้งข้อหานายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ กับพวก ฐานฉ้อโกงประชาชน ย่อมแสดงให้เห็นว่าเงินดังกล่าวไม่ใช่เงินของสหกรณ์ เพราะเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด เป็นเงินของกลางในคดีอาญา ซึ่งจะต้องคืนให้ประชาชนผู้เสียหาย 2.คดีพิเศษที่ 146/2556 ดีเอสไอตั้งข้อหานายศุภชัยกับพวกว่าลักทรัพย์นายจ้าง แสดงว่าเงินเป็นของสหกรณ์ ซึ่งเป็นนายจ้างของนายศุภชัย 3.ในคดีพิเศษที่ 146/2556 จะเห็นว่าเจ้าของทรัพย์คดีดังกล่าวคือสหกรณ์ ส่วนเจ้าของทรัพย์คดีพิเศษที่ 63/2557 คือประชาชนผู้ถูกนายศุภชัยหลอกลวง ซึ่งเป็นคนละคนกัน ทั้งที่เป็นทรัพย์จำนวนเดียวกัน การดำเนินคดีทั้ง 2 คดีจึงมีความขัดแย้งกัน เป็นการตั้งข้อหาที่ซ้ำซ้อนและขัดแย้งกันเอง

4.คดีฟอกเงินในคดีพิเศษที่ 27/2559 ตั้งข้อหาจากคดีมูลฐานคือฉ้อโกงประชาชน แต่คดีดังกล่าวยังไม่เป็นที่ยุติว่านายศุภชัยกระทำผิดตามข้อกล่าวหา การที่พนักงานสอบสวนเร่งรัดตั้งข้อกล่าวหากับพระธัมมชโยฐานร่วมกันฟอกเงินและรับของโจรจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และ 5.ยังมีพยานปากสำคัญอีกนับสิบรายที่พนักงานสอบสวนยังไม่สอบปากคำ ถือว่าการสอบสวนยังไม่สมบูรณ์