สาววัย 16 ยังให้การสับสน หลังแจ้งตร.ถูกนางนกต่อลวงไปหวังให้ชายข่มขืน คาดรู้จักกันทางเฟซบุ๊ก

14.10.22 | 17:14 น.

สาววัย 16 ยังให้การสับสน หลังแจ้งตร.ถูกนางนกต่อลวงไปหวังให้ชายข่มขืน คาดรู้จักกันทางเฟซบุ๊ก

ตำรวจ สภ.เมืองนครพนม ร่วมทีมสหวิชาชีพ เค้นสอบสาว 16 ปี อ้างถูกนางนกต่อ ลวงไปให้เพื่อนชายข่มขืนในปั๊มน้ำมันร้าง พบพิรุธให้การขัดแย้งกับข้อเท็จจริง ผู้เสียหายยังให้การวกวนสับสน ตรวจสอบยังไม่พบข้อมูลจากมือถือหลักฐานแชทกับนางนกต่อตามกล่าวอ้าง พบเพียงหลักฐานทักแชตพูดคุยกับเพื่อนชาย นัดรับไปเที่ยวงาน ตำรวจมุ่งประเด็นนัดหมายกันเองทางเฟซบุ๊ก แต่มีปัญหาส่วนตัวคนร้ายปลอมโปรไฟล์อีกคนนัดหมาย หวังลวงไปทำอนาจาร เร่งแกะรอยหาคนร้ายก่อเหตุมาสอบสวนคลี่คลายคดี


เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความคืบหน้าคดีเกี่ยวกับคนร้ายเป็นชาย ก่อเหตุพยายามกระทำอนาจาร ข่มขืนกระทำชำเรา นางสาวมุ้ย อายุ 16 ปี (นามสมมุติ) ชาวนครพนม เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา บริเวณปั๊มน้ำมันร้างแห่งหนึ่งฝั่งขาเข้าเมือง ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 (นครพนม-สกลนคร) ใกล้กับสามแยกเข้าถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 2019 (นาทราย-ท่าอุเทน) จ.นครพนม หลังผู้เสียหาย ขี่รถจักรยานยนต์ ไปจอดเพื่อรอเพื่อน ชายที่นัดหมายกันทางแชตเฟซบุ๊ก จะไปเที่ยวงานไหลเรือไฟในเขตเทศบาลเมืองนครพนม จนกระทั่งมีชายคนร้ายไม่ทราบชื่อ ฉวยโอกาสบุกเข้ามาปลุกปล้ำ แต่ผู้เสียหายฮึดสู้กับคนร้าย หนีรอดมาได้ พร้อมแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือไปยังหมายเลข 191 ประสานตำรวจมาตรวจสอบช่วยเหลือ

จนกระทั่งภายหลัง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับ ร.ต.อ.วัตรสันณห์ เนตรหาญ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อเร่งสอบสวนติดตามหาคนร้ายมาดำเนินคดี โดยผู้เสียหายอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้มีการทักแชต กับเพื่อนหญิงที่โทรมาชักชวนไปเที่ยว งานไหลเรือไฟ คือ นางสาวอิง อายุ 16 ปี (นามสมมุติ) พร้อมมีการนัดหมายขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดรอที่ปั๊มจุดเกิดเหตุ แต่มีคนร้ายฉวยโอกาสออกมาพยายามจะทำร้ายข่มขืนใจ จึงฮึดสู้ช่วยเหลือตัวเองหนีออกมาได้ นอกจากนี้ยังให้การเชื่อว่า เพื่อนสาวที่นัดหมายเป็นนางนกต่อ ที่นัดหมายไปให้คนร้ายก่อเหตุ พร้อมให้ทางตำรวจสืบสวนสอบสวน ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี

ภายหลังการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ พร้อมทีมสหวิชาชีพ และตรวจสอบหลักฐานร่วมกับพบว่า มีความสับสน ผู้เสียหายให้การวกวน ขัดแย้งกับข้อเท็จจริง เนื่องจากมีการตรวจสอบ หลักฐานจากโทรศัพท์มือถือ ไม่พบว่าก่อนเกิดเหตุ มีเพื่อนสาวโทรมาชักชวน หรือทักแชตมานัดหมาย ตามคำกล่าวอ้าง และยังพบพิรุธว่า ผู้เสียหายให้การวกวนไปมา ทำให้ยังไม่สามารถสรุปข้อมูลรวบรวมพยานหลักฐานได้ โดยจากการตรวจสอบหลักฐานข้อมูลการทักแชตกันพบว่า มีการทักพูดคุยชักชวนกับเพื่อนชาย ไม่มีนางนกต่อ ตามกล่าวอ้าง เบื้องต้นทางตำรวจจึงมุ่งประเด็นว่า ผู้เสียหายอาจจะมีการนัดหมายกันกับเพื่อนชายที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก จนกระทั่งนัดหมายไปเจอกัน แต่คนร้ายอาจมีการใช้เฟซบุ๊ก ปลอมโปรไฟล์ เป็นคนอื่นแทน เพื่อลวงสาวผู้เสียหายกระทำอนาจาร แต่ผู้เสียหายไม่กล้าพูดความจริง โดยทางตำรวจชุดสืบสวน จะได้เร่งสืบสวนสอบสวน หาเบาะแส ติดตามผู้ก่อเหตุมาคลี่คลายคดี ดำเนินคดีตามกฎหมาย และเค้นหาความจริงจากผู้เสียหายให้มากที่สุด

Advertisement

นอกจากนี้ ทางผู้สื่อข่าวยังได้มีการพูดคุยสอบถามกับทางผู้เสียหาย ยังระบุว่า ก่อนเกิดเหตุมีการพูดคุยกับเพื่อนชาย โดยไม่ได้ระบุว่า มีนางนกต่อ ตามคำให้การกับตำรวจหลังเกิดเหตุ จากนั้นได้นัดหมายกันไปรอเพื่อน บริเวณปั๊มน้ำมัน จึงมีชายคนร้ายฉวยโอกาสก่อเหตุพยายาม กระทำอานาจารจึงฮึดสู้เอาชีวิตรอด ส่วนชายที่พูดคุยรู้จักกันทางเฟซบุ๊ก เป็นคนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านละแวกเดียวกัน ซึ่งทางตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล และติดตามชายที่เกี่ยวข้อง มาสอบสวนข้อเท็จจริง และยืนยันตัวตน

ขณะเดียวกันจากการสอบถาม นายบุญทุม เสนศิริ อายุ 64 ปี รปภ.ที่ดูแลปั๊มน้ำมันจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ในคืนเกิดเหตุยอมรับว่า ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือในพื้นที่ใกล้เคียง จึงพยายามเดินหา จนกระทั่งพบเห็นเด็กผู้หญิงเดินออกมา จากหลังปั๊มน้ำมัน เพื่อขอความช่วยเหลือ ระบุว่า ถูกคนร้ายพยายามจะทำร้ายร่างกายข่มขืน แต่หนีออกมาได้ สักพักทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 191 เดินทางมาถึง จึงนำตัวไปสอบสวน หาเบาะแสคนร้าย แต่ไม่รู้ว่าช่วงหญิงสาวร้องขอความช่วยเหลือเกิดอะไรขึ้น เพราะอยู่คนละฝั่งของปั๊ม แต่ยอมรับว่าในช่วงกลางคืนชอบมีกลุ่มวัยรุ่น ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดพูดคุยกัน แต่ไม่เคยมีเหตุร้ายเกิดขึ้น เพราะตนคอยตรวจสอบดูแลตลอด