ร้อง ยธ.ขอคุ้มครองพยาน หลังเปิดปม กู้สวัสดิการฯซื้อบ้าน ต้นเหตุ ‘จ่าคลั่งกราดยิงโคราช’

17.10.22 | 17:59 น.

ร้อง ก.ยุติธรรม ขอคุ้มครองพยาน หลังเปิดปม “กู้สวัสดิการฯซื้อบ้าน” ชนวนเหตุ จ่าคลั่งกราดยิงโคราช

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่กระทรวงยุติธรรม แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ พร้อมด้วย น.ส.ก้อย และ น.ส.เบิร์ด (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรียุติธรรม เพื่อร้องขอคุ้มครองพยาน จากกรณีที่มีผู้เสียหายกล่าวอ้างว่า ถูกบิ๊กทหารระดับนายพลข่มขู่ เนื่องจากเหตุที่มีหลักฐานเป็นซึ่งเป็นสาเหตุและแรงกดดัน จึงทำให้จ่าคลั่งได้ก่อเหตุในห้างดังกลางเมืองโคราช เมื่อวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 ที่ผ่านมานั้น

ทนายไพศาลกล่าวว่า วันนี้พาผู้เสียหายมาขอคุ้มครองพยาน หลังถูกนายทหารข่มขู่ถึงชีวิตเพราะเกี่ยวข้องกับทหารระดับนายพล โดยกำลังพลซึ่งเป็นผู้เสียหายหลายรายได้กู้ยืมเงินจากสวัสดิการทหารบก ซึ่งทางกรมอ้างว่า จะต้องหักค่าธรรมเนียมกองทัพบก 5% ยกตัวอย่างเช่น บ้านราคา 1 ล้านบาท กำลังพลจะต้องกู้สวัสดิการ วงเงิน 1,500,000 บาท และจะถูกหัก 5% คือ 75,000 บาท เป็นค่าธรรมเนียมกองทัพบก โดยกำลังพล (ผู้กู้) จะไม่ทราบว่ามีการหักเงินตรงส่วนนี้ไว้ นอกจากนี้ ยังมีการหักค่าเงินทอนส่วนต่างอีกประมาณ 4 แสนบาท ซึ่งเงินก้อนนี้จะต้องเก็บไว้เพื่อตกแต่งบ้าน ทำให้จำนวนเงินหายจากที่ได้รับจริง 2 ส่วน คือ ส่วนหัก 5 % และส่วนหักค่าเงินทอน

ทนายไพศาลกล่าวต่ออีกว่า ประเด็นนี้กรณีของจ่าคลั่งที่กราดยิงโคราช อาจทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเงินทั้ง 2 ส่วน ไปอยู่กับผู้ประกอบการ จึงไปตามทวงถามเงินกับผู้ประกอบการ ก็คือ ป้านงค์ ที่ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น เพราะไม่พอใจที่ป้านงค์เก็บเงินส่วนต่างสำหรับตกแต่งบ้าน รวมถึง 5% สวัสดิการ ประกอบกับบ้านที่จ่าคลั่งซื้อ แต่ยังสร้างไม่เสร็จ ระบบน้ำไฟต่างๆ ก็ยังไม่เสร็จ จึงไม่พอใจและก่อเหตุดังกล่าว

“ประเด็นสำคัญ คือ ส่วนต่าง 5% ของสวัสดิการกองทัพบกนั้นที่กำลังพลไม่ได้รับ เงินส่วนนี้หายไปไหน หรือส่งต่อให้เจ้าหน้าที่คนใด” ทนายไพศาลกล่าว

Advertisement

นอกจากนี้ กำลังพลได้มาทวงถามเงินคืนจากผู้ประกอบการทั้งๆ ที่เงินถูกหักมาตั้งแต่สวัสดิการกองทัพบกแล้ว และยังมีกำลังพลอีกรายหลายได้รับผลกระทบจากเงินส่วนต่างและเงิน 5% หวั่นเกิดเหตุการซ้ำรอยที่ จ.นครราชสีมา

ด้าน น.ส.ก้อยเปิดเผยว่า ตัวเองเป็นผู้ประกอบการสร้างบ้านขายให้กับกำลังพลของกองทัพบก แต่ไม่ทราบว่าถูกหักเงิน 5% เพราะถูกกรมสวัสดิการเก็บไว้อ้างเป็นค่าธรรมเนียมของกองทัพบก สุดท้ายแล้วไปสืบสาวราวเรื่อง จนทราบว่า 5% ตรงนี้กองทัพบกไม่มีระเบียบในการจัดเก็บเป็นการเก็บเงินเข้ากระเป๋าตัวเองของนายทหารคนหนึ่งของกรมสวัสดิการทหารบก

ขณะที่ว่าที่ ร.ต.ธนกฤตกล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกระบวนการกู้ยืมเงินสวัสดิการทหารบกว่าเป็นอย่างไร และมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง พร้อมให้กรมคุ้มครองสิทธิฯ ดูแลคุ้มครองพยาน และฝ่ายกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมช่วยตรวจสอบว่าจะให้ดำเนินคดีในข้อหาอะไรได้บ้าง หากมีเจ้าหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์จริง

ส่วนเอกสารลับและวงจรปิดหลักฐาน ที่ทนายไพศาลและผู้ประกอบการผู้เสียหายมายื่นขอคุ้มครองพยาน เพราะนอกจาก น.ส.ก้อยยังมีผู้ประกอบการรายอื่นๆ อีก เช่น น.ส.เบิร์ด เป็นผู้ประกอบการสร้างบ้านจัดสรรขายให้กับกำลังพลกองทัพบกเหมือนกัน และพอเกิดปัญหากำลังพลมาทวงถามเงินทอนส่วนต่างและเงิน 5% ซึ่งทาง น.ส.เบิร์ดยอมจ่ายเงินทั้งหมด 3 หลัง ราคากว่าล้านบาทให้กับกำลังพลที่มาซื้อบ้าน เพราะไม่อยากมีปัญหากับกองทัพบก แล้วจะถูกตัดสิทธิเข้าโครงการ บ้านอีกกว่า 100 หลังจะขายไม่ได้อีกด้วย