กลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตำรวจ บุกอุ้มนักธุรกิจชาวมาเลเซีย โชคดีกระโดดลงรถหลบหนีมาได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักธุรกิจชาวมาเลเซีย พร้อมทั้งทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความกับกลุ่มคนที่อ้างตัวเป็นตำรวจเข้าจับกุมที่บ้านพัก ขณะที่ตนเองนั่งสูบบารากู่ ต่อหน้าลูกและภรรยา แต่ตนได้กระโดดหนีลงจากรถได้ เนื่องจากกลัวความปลอดภัย เพราะไม่รู้ว่ากลุ่มคนดังกล่าวเป็นใคร และไม่ได้แสดงบัตรว่าเป็นตำรวจ
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 19 ต.ค.65 รายงานว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์เอาตนเองไป โดยภรรยาได้ติดต่อไปที่ สภ.สะเดาสอบถามว่าสามีถูกจับมา แต่สุดท้ายแล้ววันนั้นไม่มีใครรู้เรื่องเลย จนมาทราบกับสามีว่าได้กระโดดลงจากรถหนีมาได้ หลังจากนั้นให้เพื่อนชาวมาเลเซียข่มขู่ว่าอย่าเอาเรื่องกับชายกลุ่มดังกล่าว เพราะเดี๋ยวจะทำให้ชาวมาเลเซียที่ทำธุรกิจใน อ.สะเดา จะลำบากไปด้วย ตนกลัวความปลอดภัยจึงได้ติดต่อทนายและมาเข้าพบพนักสอบสวน สภ.สะเดา เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มชายดังกล่าว พร้อมด้วยภาพกล้องวงจรปิดที่เป็นหลักฐานเหตุการณ์ทั้งหมด
ส่วนภาพในกล้องวงจรปิดนั้นจะเห็นได้ว่า มีรถกระบะคันหนึ่งวิ่งมาจอดหน้าบ้านและมีชายสองคนเดินรถจากรถมีการพูดคุยกันสักพักชายทั้งสองคนก็คุมตัวผู้เสียหายขึ้นรถไปต่อหน้าลูกและภรรยา โดยลูกของผู้เสียหายร้องไห้ตลอดเวลา
นายพงศธร สุวรรณรักษา ทนายของผู้เสียหายเปิดเผยว่า เรื่องนี้ผู้เสียหายเป็นนักธุรกิจชาวมาเลเซียที่มีภรรยาคนไทยมีบุตรร่วมกัน ร้องกับผมว่าขณะที่ตนเองนั่งอยู่หน้าบ้านสูบบารากู่ (เครื่องสูบของชาวอาหรับ) ถูกบุคคลสองคนอ้างว่าเป็นตำรวจเข้าควบคุมตัวกับเพื่อนอีกคนขึ้นรถ โดยไม่แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานไม่แจ้งข้อหาที่ถูกจับ ไม่แจ้งสิทธิตามกฎหมาย ในคลิปลูกร้องน่าสงสาร ต่อมาภรรยาชาวไทยได้ติดตามมาที่ สภ.สะเดา พบว่าไม่ได้ถูกนำตัวมาที่ สภ. โดยผู้เสียหายชาวมาเลเซียบอกว่าตนเองกระโดดหนีจากรถเนื่องจากกังวลความปลอดภัย ไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายไหน
“ผมพาผู้เสียหายมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.สะเดาเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจทั้งสอง ส่งมอบพยานหลักฐานแก่พนักงานสอบสวนทั้งหมดและผมให้คำมั่นกับผู้เสียหายให้เชื่อในความยุติธรรม ตำรวจที่ดีมีมากกว่าไม่ดี”


