ผบช.น.ปลื้มแก้จราจร กทม.ดีขึ้น วอนโดยสารขนส่งสาธารณะ ปิดข้ามแยกรัชโยธิน 22-23 พ.ย. ก่อนปิดถาวรเที่ยงคืน 25 พ.ย.

18.11.16 | 15:00 น.

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รรท.รอง ผบช.น. ดูแลงานจราจร และ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รรท.ผบก.จร. ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการจราจรของกรุงเทพมหานคร และการจัดการจราจรบริเวณรอบพระราชพิธีพระบรมมหาราชวัง ณ ท้องสนามหลวง


พล.ต.ท.ศานิตย์เปิดเผยว่า เบื้องต้นแนวทางการแก้ไขปัญหาจราจรแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.การแก้ไขปัญหาจราจรของกรุงเทพมหานคร ให้มีการกวดขันวินัยจราจร และห้ามไม่ให้มีการจอดรถในถนน 21 สายหลัก โดยเริ่มดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน ผลการดำเนินการพบว่าในช่วงเร่งด่วนเช้าก่อนดำเนินการรายงานปัญหาเวลา 08.42 น. หลังดำเนินการรายงานปัญหาช่วงเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมาโดยสรุป คือ สามารถลดเวลาเหลือเดินรถได้ 24 นาที สาหรับในช่วงเร่งด่วนเย็นก่อนดำเนินการรายงานปัญหาเวลา20.16 น. หลังดำเนินการรายงานปัญหาช่วงเดือนพฤศจิกายน โดยสรุปคือสามารถลดเวลาเหลือเดินรถได้ 49 นาที

“นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงสภาพของถนน เพื่อให้รถเดินทางได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยสำรวจพื้นที่ 92 จุด จากเดิม 43 จุด เพิ่มอีก 49 จุด ดำเนินการระยะเวลาเร่งด่วน 55 จุด สามารถดำเนินการไปแล้ว 39 จุด เหลืออีก 17 จุด ยกตัวอย่างจุดที่สำคัญ ได้แก่ 1.ถนนวัฒนธรรม แยกเทียมร่วมมิตร 2.ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้าบริเวณก่อนถึงป้ายรถเมล์ 3.แยกผ่านพิภพลีลา 4.ปากซอยสุขุมวิท 71 5.โค้งตลาดศรีเขมา 6.ปากซอยรามคำแหง 68 เป็นต้น” ผบช.น.กล่าว

ผบช.น.กล่าวต่อว่า 2.การบริหารจัดการจราจรบริเวณรอบพระบรมมหาราชวังและสนามหลวงจัดระบบการปิดการจราจรในวันธรรมดา 8 เส้นทาง เดินรถทางเดียว 3 เส้นทาง และในวันหยุดราชการเพื่อให้ประชาชนได้เดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น หรือกรณีที่มีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมากโดย การปิดการจราจร 27 เส้นทางนั้น จากการประเมินผลการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่า ณ ขณะนี้แม้ในวันหยุดราชการ ก็สามารถบริหารจัดการจราจรได้ จึงกำหนดให้ปิดการจราจร 8 เส้นทาง และเดินรถทางเดียว 3 เส้นทาง เช่นเดียวกับวันธรรมดา ในวันที่ 19-20 พฤศจิกายน เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้รถโดยสารขนส่งมวลชนทั้งทางรถโดยสารประจำทาง หรือทางเรือ รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ทั้งนี้สามารถถามตำรวจที่คอยให้บริการบริเวณโดยรอบ

Advertisement

ด้าน พล.ต.ต.จิรพัฒน์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังจัดรถชัตเติลบัสของ ขสมก. รถไฟฟ้าหรือรถกอล์ฟขนาด 20 ที่นั่ง จำนวน 3 คัน วิ่งรับส่งประชาชนภายในบริเวณรอบพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวง โดยเน้นบริเวณประตูเทวาภิรมย์ ประตูที่มีการเดินทางออกภายหลังถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และรถอื่นๆ ให้บริการ รวมถึงมีป้ายบอกจุดขึ้นรถโดยสารประจำทาง 50 ป้ายบริเวณโดยรอบ รวมถึงเพิ่มป้ายบอกบริเวณจุดคัดกรองตรวจค้น 8 จุดด้วย และประชาชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์อาสาสมัครคอยรับส่งประชาชนบริเวณดังกล่าว

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องที่ 3.จะมีการปิดสะพานข้ามแยกรัชโยธินเนื่องจากมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือช่วงหมอชิต สะพานใหม่ คูคต จึงจำเป็นต้องรื้อถอนสะพานข้ามแยกรัชโยธิน โดยจะเริ่มดำเนินการปิดสะพานวันที่ 22 พฤศจิกายนเป็นต้นไป ซึ่งทำให้ส่งผลกระทบกับการจราจร ในถนนรัชดาภิเษก และถนนพหลโยธิน จึงขอแนะนำเส้นทางเลี่ยงให้ไปใช้ ถนน 7 สาย ได้แก่ 1.ถนนลาดพร้าว 2.ถนนวิภาวดีรังสิต 3.ถนนเกษตร-นวมินทร์ 4.ถนนสุทธิสาร 5.ถนนลาดพร้าว-วังหิน 6.ซอยโชคชัย 4 7.ทางพิเศษศรีรัช

ด้าน พล.ต.ต.จิรพัฒน์กล่าวว่า การดำเนินการจะเริ่มทดลองแนวทางแรกก่อนที่จะมีการปิดถาวรในวันที่ 26 พฤศจิกายน โดยจะทำการปิดการจราจรครั้งแรกตั้งแต่ในวันที่ 22-23 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น. หลังชั่วโมงเร่งด่วนเพื่อดูปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วเปิดใช้ตามเดิม ต่อมาในวันที่ 24-25 พฤศจิกายน จะทดลองตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.เพื่อสร้างการรับรู้ให้พี่น้องประชาชนรับทราบกรณีที่จะทำการปิดเส้นทางดังกล่าว เมื่อทดสอบการใช้ระบบไฟแล้วหากไม่พบปัญหา ก็จะปิดสะพานถาวรในวันที่ 25 พฤศจิกายน เวลา 24.00 น. จากนั้นทางผู้รับเหมาจะดำเนินการรื้อสะพานโดยใช้ระยะเวลา 2 เดือน ก่อนที่จะทำการก่อสร้างอุโมงค์ใต้ติด โดยใช้ระยะเวลาในการดำเนินการทั้งหมดนาน 2 ปี สาเหตุที่ไม่สามารถรื้อได้เพราะจะทำให้เกิดสะพานลอย 2 ชั้น มีการดำเนินการสร้างรางรถไฟฟ้าสูงกว่าเดิมอาจจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในโครงสร้างทางวิศวกรรมที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า