จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามกระจายกำลังลงพื้นที่เร่งสืบหาเบาะแสการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเป็นเวลากว่า 1 ปี ของ น.ส.นันทิยา แสงอุไร อายุ 37 ปี อดีตภรรยาของ นายซีม่อน บินตัน อายุ 53 ปี ชาวอิสราเอล ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่าหั่นศพ นายเฮลิยาฮู โคเฮน อายุ 63 ปี อดีตนายตำรวจอิสราเอล ภายในบ้านพักที่ จ.นนทบุรี หลัง อนันต์ แสงอุไร อายุ 62 ปี บิดาของน.ส.นันทิยาได้เข้าร้องเรียนกับทางกองบังคับการปราบปรามให้ช่วยติดตามหาตัวดังกล่าวแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบวี่แววของ น.ส.นันทิยา
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พ.ต.อ.อรุณ วิชรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่มีการเชิญตัวสาวคนสนิทของนายซีม่อน และนายเบน (นามสมมติ) บุตรชายของ นายซีม่อนและน.ส.นันทิยา มาสอบปากคำในฐานะพยานแล้วนั้นยังไม่พบเบาะแสสำคัญใดๆที่จะนำไปสู่การคลี่คลายคดีตามหาตัว น.ส.นันทิยา ได้ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกระจายกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสเพิ่มเติม ซึ่งเบื้องต้นได้มีการประสานไปยังสถาบันนิติวิทยา 5 หน่วยและมูลนิธิกู้ภัยหลักๆอีก 2 มูลนิธิเพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบศพไร้ญาติที่มีลักษณะรูปพรรณใกล้เคียงกับ น.ส.นันทิยา เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับในขณะนี้มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเสียชีวิตแล้ว แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นในส่วนของการมีชีวิตอยู่และถูกจับกุมในคดียาเสพติดที่ สปป.ลาว ทิ้งไปแต่อย่างใด เพียงแต่รอตรวจเช็คข้อมูลให้แน่ชัดก่อน
พ.ต.อ.อรุณ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้ทำเรื่องติดต่อไปทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพื่อขอยืมเครื่องมือและอุปกรณ์ตรวจสสารทางธรณีวิทยามาใช้ในการตรวจสแกนภายในบ้านพักย่านกรวยอย่างละเอียด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการตอบกลับจากทางมหาวิทยาลัยดังกล่าว ซึ่งหากไม่มีปัญหาติดขัดอะไร คาดว่าภายใน 4-5 วัน นี้น่าจะมีการลงตรวจสอบภายในบ้านพักย่านกรวย ซึ่งเป็นบ้านที่ นายซีม่อน นายเบนและ น.ส.นันทิยา เคยพักอาศัยอยู่ร่วมกันอีกครั้ง

