นายกอุ่มเม้าพาลูกชาย ผู้ต้องหาฟันหัวคู่อริในร้านตัดผม เข้ามอบตัวตำรวจ ปฎิเสธฟัน แค่ใช้ไม้ตี

25.11.22 | 19:56 น.

นายกอุ่มเม้าพาลูกชาย ผู้ต้องหาฟันหัวคู่อริในร้านตัดผม เข้ามอบตัวตำรวจ ปฏิเสธฟัน แค่ใช้ไม้ตี

ผู้สื่อข่าวติดตามความคืบหน้ากรณีลูกชายนายกเทศมนตรีเทศบาลอุ่มเม้า อำเภอธวัชบุรีร้อยเอ็ด นายณัฐพล นิติธร ถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธมีด ฟันหัว นายประยูร สุรพินิจ อายุ 53 ปี อาการสาหัสถูกนำส่งเข้าห้องฉุกเฉินและผ่าตัดด่วนที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด


ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 พ.ย. พันตำรวจโทสมศักดิ์ เกตุพิบูลย์ สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรธวัชบุรี ได้เรียกตัว นางทองศูนย์ อักษรอายุ 77 ปี มารดาของผู้บาดเจ็บ และอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผู้บาดเจ็บพาไปตัดผมยังร้านเกิดเหตุมาสอบสวนปากคำในฐานะพยาน ที่อยู่ในเหตุการณ์เพื่อสรุปสำนวนคดี ที่เกิดขึ้น

โดยในขณะที่น้องชายคนเจ็บยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะอาการสาหัส ล่าสุดแม้จะถอดเครื่องช่วยหายใจแล้ว ก็ยังไม่พ้นขีดอันตราย ยังพูดไม่ได้ การตอบสนองยังไม่ได้ปกติ สมองน่าจะมีปัญหา และการถอดเครื่องช่วยหายใจก็เพื่อดูอาการและต้องระวังใกล้ชิด หากผิดปกติ ก็ต้องให้เครื่องช่วยหายใจอีก

และจากนั้นในเวลาต่อมาเวลา 13.00 น นายสมัย นิตุธร นายกเทศมนตรีเทศบาลอุ่มเม้า พร้อมด้วยนายพรชัยโสดาวัฒน์ ที่ปรึกษานายก นายใหม่ เวียงสิมมา ปลัดเทศบาล ได้นำตัวนายณัฐวุฒิ นิตุธร ผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายมามอบตัวกับพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งให้การว่า ตนเองเป็นผู้ก่อเหตุจริง ทั้งนี้สืบเนื่องจากความแค้น ในกรณีที่เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ตนเองได้ไปดูการซ้อมไก่ตีในหมู่บ้านร่วมกับผู้บาดเจ็บแล้วเกิดความขัดแย้งมีปากเสียง จากนั้นโดนคนที่บาดเจ็บใช้มีดปลายแหลมแทงตนเอง ที่แขนขวาเป็นแผลและมีร่องรอย ที่ลำตัวด้านขวาแล้วหลบหนีไป

Advertisement

ซึ่งหลังก่อนเหตุเหตุ ตนเองไม่ได้มาแจ้งความเอาผิดกับบุคคลดังกล่าว เพราะถือว่าเป็นแค่เหตุทะเลาะวิวาทกันในวงการพนัน ก็เลยไม่แจ้งความ แต่เก็บความแค้นไว้ในใจจน กระทั่งเมื่อวานนี้พบเห็นคู่อริพาคนมาตัดผม ที่ร้านตัดผม ภายในหมู่บ้านตรงข้ามบ้านตน จึงเดินเข้าไปหาด้วยความแค้นใจ จากนั้นเก็บได้ซีกไม้ไผ่ใกล้ร้านตัดผมเข้าไปตีคู่อริจนได้รับบาดเจ็บแล้วหลบหนีไป จนกระทั่งพ่อได้ติดต่อขอให้ตนเองมามอบตัว เพื่อต่อสู้คดีกับพนักงานสอบสวน โดยยืนยันว่าเหตุเกิดขึ้นตนเองไม่ได้มีมีดและไม่ได้ใช้มีดทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด และสิ่งที่ใช้ก็เป็นเพียงไม้ไผ่ ซึ่งหลังก่อเหตุก็จะทิ้งไว้ใกล้ที่เกิดเหตุแล้วหลบหนีไปดังกล่าว

โดยยืนยันคำให้การว่า การก่อเหตุดังกล่าวไม่ได้มีการเตรียมตัวหรือไตร่ตรองไว้ก่อน และไม่มีการเตรียมอาวุธมาทำร้ายคู่อริ ด้วยเจตนาที่จะประสงค์ต่อชีวิต แต่ทำเพื่อชำระแค้นส่วนตัวเพื่อเป็นการสั่งสอนเท่านั้น

ในขณะที่ พันตำรวจโทสมศักดิ์ เกตุพิบูลย์ สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรธวัชบุรี เปิดเผยหลังสอบสวนปากคำทั้งสองฝ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้สรุปสำนวนว่า ผู้ต้องหากระทำความผิด ในข้อหา ใช้อาวุธมีด ซึ่งถึงแม้ผู้ก่อเหตุจะให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้อาวุธมีด ทำร้ายผู้อื่นก็เป็นสิทธิที่จะปฏิเสธได้ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน และผลจากการตรวจสอบบาดแผลทางการแพทย์ มายืนยัน รวมทั้งผลที่ มีการยืนยันจากพยานแวดล้อมที่เห็นเหตุการณ์ มาประกอบ เพื่อยืนยัน ว่ามีความผิดในฐานพยายามฆ่า ผิดกฎหมายมาตรา 80 และกฎหมายความผิดมาตรา 288 ในข้อหาพยายามฆ่าและใช้อาวุธ เพื่อฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาหรือไม่อยา่งไร ซึ่งจะต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง เพื่อส่งฟ้องศาลพิจารณาตัดสินคดีความต่อไป

ในขณะที่หลังจากมีการตั้งข้อหาของพนักงานสอบสวนแล้วทางพ่อของผู้ต้องหา ได้ใช้ตำแหน่ง นายกเทศมนตรีเพื่อประกันตัวลูกชายออกมาสู้คดี ซึ่งพนักงานสอบสวน กล่าวว่า การประกันตัวคงไม่มีปัญหา และพนักงานสอบสวนก็ไม่คัดค้านการประกันตัว ทั้งนี้เนื่องจากผู้ต้องหามามอบตัวโดยไม่ได้หลบหนี แต่อย่างไรก็ตามในขั้นตอนของการยื่นขอประกันตัว ก็จะเร่งนำตัวส่งฟ้องฝากขัง ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด และหากญาติจะยื่นขอประกันตัวก็ให้ยื่นขอประกันตัวที่ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดต่อไป