สลด! หนุ่มโรงงานเลิกงานดึก เหนื่อยล้า ขับกระบะกลับบ้าน แหกโค้งพุ่งตกคลอง จมมิดคัน เจออีกทีตอนเช้า

7.12.22 | 15:21 น.
ภาพจาก กู้ภัย ฮุก 31 จุดพิมาย ลูกข่ายหนองระเวียง

สลด! หนุ่มโรงงานเลิกงานดึก เหนื่อยล้า ขับกระบะกลับบ้าน แหกโค้งพุ่งตกคลอง จมมิดคัน เจออีกทีตอนเช้า

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 7 ธันวาคม 2565 ร.ต.อ.ญาณโชติ ทองพราว ร้อยเวร สภ.พิมาย ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะตกคลองน้ำ บริเวณบ้านหนองโสน ต.หนองระเวียง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา มีผู้เสียชีวิตติดภายในรถ จึงประสานกู้ชีพกู้ภัยฮุก 31 จุดอำเภอพิมาย และลูกข่ายย่อยหนองระเวียง ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุซึ่งเป็นคลองสาขาของลำน้ำจักราช พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงิน ในสภาพพลิกตะแคงข้างจมอยู่ในคลองส่งน้ำจนมิดคัน จึงให้กู้ภัยลงไปช่วยตรวจสอบในน้ำ


ซึ่งพบว่า ประตูและหน้าต่างรถล็อกทุกด้าน ส่วนประตูรถฝั่งด้านหลังคนขับ มีกล่องเครื่องมือขนาดใหญ่ตกอยู่ที่พื้นคลองน้ำและค้ำประตูอยู่ กู้ภัยพยายามมองส่องไปที่กระจกแต่ไม่เห็นตัวคนเพราะติดฟิล์มดำ และรถจมอยู่ในน้ำ เจ้าหน้าที่จึงให้กู้ภัยประสานรถยกมาวินช์ดึงรถขึ้นมาจากน้ำ ซึ่งระหว่างกำลังวินช์ดึงรถ กระจกประตูหลังฝั่งคนขับได้แตกออก จึงสังเกตเห็นร่างของคนขับเสียชีวิตในลักษณะยังนั่งอยู่ที่เบาะคนขับแต่ลำตัวเอนไปที่เบาะหลัง พนักงานสอบสวน จึงรีบให้ดึงรถขึ้นมาจากน้ำ ซึ่งใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง จึงสามารถดึงขึ้นมาได้

โดยรถอยู่ในสภาพที่เปื้อนไปด้วยโคลนและมีน้ำเข้ารถทั้งคัน สภาพรถเต็มไปด้วยดินโคลน มีร่องรอยรถบุบเสียหายที่ประตูด้านหลังคนขับ และกระจกประตูหลังแตก ส่วนภายในรถพบร่างของคนขับนอนเสียชีวิตอยู่ที่เบาะคนขับ และยังมีคราบเลือดที่บริเวณใบหน้า ทราบชื่อคือ นายสมทบ พึ่งพิศ อายุ 42 ปี ชาว ต.ธารละหลอด อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เสียชีวิตแล้ว คาดว่า น่าจะจมน้ำเพราะไม่พบบาดแผลใดๆ บนร่างกาย ส่วนพื้นที่รอบจุดเกิดเหตุ พบแค่ร่องรอยรถไถลจากถนนตกลงไปในคลองน้ำ ซึ่งถนนในบริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้ง และตอนกลางคืนไม่มีไฟส่องสว่าง พนักงานสอบสวนจึงให้กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดหาสาเหตุการเสียชีวิต ที่ รพ.พิมาย ก่อนให้ญาติไปติดต่อรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา

จากการตรวจสอบเบื้องต้น และสอบถามญาติกับเพื่อนของผู้เสียชีวิต ทราบว่า ผู้เสียชีวิตได้ไปทำงานตั้งแต่เมื่อวาน (6 ธันวาคม 2565) ที่โรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองระเวียง อ.พิมาย และเลิกงานประมาณ 22.00 น. ขับรถกลับบ้านเพียงลำพัง ไม่ได้ดื่มเหล้าสังสรรค์แต่อย่างใด จึงสันนิษฐานว่า เมื่อผู้เสียชีวิตขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นช่วงทางโค้ง ถนนมืด ประกอบกับเหนื่อยล้าจากการทำงาน ทำให้เกิดอาการเบลอ หรือหลับใน จึงเสียการควบคุมรถ ทำให้รถไถลแหกโค้งตกถนน ก่อนจะพุ่งลงในน้ำอย่างรวดเร็ว แล้วศีรษะกระแทกกับพวงมาลัยรถ ได้รับบาดเจ็บ หมดสติ เมื่อน้ำทะลักเข้าในรถ จึงไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งกว่าที่ญาติจะมาแจ้งความตามหา ก็ใกล้จะรุ่งสางแล้ว ซึ่งญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต

Advertisement