‘สมศักดิ์’ มอบเหรียญยุติธรรมธำรง-ที่ปรึกษา ป.ป.ส.ให้ ‘ชูวิทย์’ เจ้าตัวเดินหน้าแฉส่งข้อมูลเพิ่ม

8.12.22 | 16:45 น.

‘สมศักดิ์’ มอบเหรียญยุติธรรมธำรง-ที่ปรึกษา ป.ป.ส.ให้ ‘ชูวิทย์’ เจ้าตัวเดินหน้าแฉมอบข้อมูลเพิ่ม

“สมศักดิ์” มอบเหรียญยุติธรรมธำรง-ที่ปรึกษา ป.ป.ส. ให้ “ชูวิทย์” ในฐานะพลเมืองแจ้งเบาะแสแก๊งจีนเทา แจงยึดทรัพย์ “ตู้ห่าว” แล้ว 1,131 ล้านบาท จ่อยึดอีก 1,800 ล้าน พร้อมไล่เช็กบริษัทตั้งแต่เข้าไทย ขณะที่ “เฮียชู” แนะยึดทรัพย์ต้องเร็ว ชี้หัวใจหลักอยู่ที่โรงแรมมูลค่า 2,000 ล้านบาท “บิ๊กโจ๊ก” ยันตู้ห่าวไม่หลุดคดีแน่ ด้าน ก.ล.ต.รับลูกสอบหุ้นเครือข่ายทั้งหมด


เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 8 ธ.ค.65 ที่สำนักงาน ป.ป.ส. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม เพื่อการบูรณาการการปราบปรามและยึดทรัพย์จากการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส.

น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. นายสราวุธ ศิริปัทมานนท์ ผู้ช่วยผอ.ฝ่ายตรวจสอบ ธปท. พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง รอง ผบ.ปส. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ น.ส.สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ รองอธิบดีกรมสรรพากร พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้แทนสำนักงาน ปปง. และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ พลเมืองดีผู้แจ้งเบาะแสยาเสพติด

Advertisement

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ในฐานะ ผอ.ศูนย์ มีหน้าที่บูรณาการทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงได้มีการประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันนี้ เพราะขณะนี้สังคมได้ให้ความสนใจในเรื่องกลุ่มทุนจีนสีเทา ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ว่าภาครัฐได้ดำเนินความคืบหน้าอย่างไร โดยกรณีนี้ที่นายชูวิทย์ ออกมาแจ้งเบาะแส ถือเป็นพลเมืองดีและน่ายกย่อง สิ่งที่นายชูวิทย์ทำเหมือนเป็นการกระตุ้นให้สังคมตื่นตัว และทำให้หน่วยงานที่คิดจะชะลอหรือคิดไม่ดีได้เปลี่ยนใจและเดินไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด

“ในฐานะที่คุณชูวิทย์ได้มีความกล้าหาญ แจ้งเบาะแสยาเสพติด กระทรวงยุติธรรมได้พิจารณามอบเหรียญยุติธรรมธำรง เพื่อเป็นเกียรติประวัติในการทำความดีและเป็นตัวอย่างให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหายาเสพติด นอกจากได้ช่วยประเทศแล้วยังจะได้รับรางวัลนำจับ 5% ด้วย” นายสมศักดิ์กล่าว

ด้านนายวิชัยกล่าวรายงานความคืบหน้าการตรวจทรัพย์สินเครือข่าย ตู้ห่าว ว่า ขณะนี้ได้มีการลงนามตรวจสอบทรัพย์สินเครือข่ายทั้งหมด 7 ราย 52 รายการ เช่น บัญชีธนาคาร 18 บัญชี มูลค่า 1.7 ล้านบาท เครื่องบิน 1 ลำ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 33 แปลง มูลค่า 876 ล้านบาท และล่าสุดมีคำสั่งตรวจยึดอีก 34 รายการ เช่น เงินสด รถยนต์ 33 คันมูลค่า 95 ล้านบาท

ทำให้ขณะนี้เรายึดอายัดทรัพย์ได้ทั้งหมด 1,131 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการบูรณาการร่วมกันเพื่อยึดทรัพย์อีก 1,800 ล้านบาท เช่น บริษัทจำนวนมาก รถโดยสาร 229 คัน ซึ่งสาเหตุที่อายัดล่าช้า เพราะต้องขูดเลขตัวถังอย่างละเอียดเพื่อให้ตรงกับทะเบียน แต่จะใช้เวลาไม่นาน เพราะได้ดึงภาคเอกชนมาร่วมด้วยแล้ว รวมถึงการทำงานชุด พาลีปราบยา ที่จะเน้นไปที่นิติบุคคล ที่ไม่ปรากฏชื่อของตู้ห่าว โดยพบแล้วหลายแห่ง มีเงินหมุนเวียนหลักพันล้านบาท อาจจะเข้าข่ายฟอกเงิน จึงมีการเช็กย้อนหลังตั้งแต่เข้าประเทศและถือทรัพย์อะไรบ้าง

ด้านนายชูวิทย์กล่าวว่า การปราบปรามยาเสพติดจะมีประสิทธิภาพ การยึดทรัพย์ต้องรวดเร็ว เพราะหัวใจของประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่ คือการ อายัดอย่างรวดเร็ว เชื่อมั่นว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามเป้าหมาย 1 แสนล้านบาทได้ แต่อยากให้ทุกหน่วยงานช่วยกันบูรณาการทำงานร่วมกัน เพราะกรณีนายตู้ห่าว ก็มีตนเพียงคนเดียวที่ออกมาติดตาม กว่าจะอายัดเงินในบัญชีได้ก็เหลือเพียง 1 แสนบาท ทั้งที่มีธุรกิจใหญ่โต โดยตั้งแต่นายสมศักดิ์ เป็นนักการเมือง เป็นรัฐมนตรี เห็นว่าไม่เคยทำให้ที่ไหนผิดหวัง และทำอะไรแปดเปื้อน จึงเชื่อว่าจะเดินหน้าแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

นายชูวิทย์ยังกล่าวอีกว่า ในเครือข่ายทุนจีนสีเทา โรงแรมคือหัวใจสำคัญ ที่ต้องตามยึดอายัดให้ได้ เพราะเท่าที่ประเมินมีมูลค่ามากกว่า 2 พันล้านบาท รวมถึงรถบัสจาก 500 คัน เหลือเพียงร้อยกว่าคัน จึงอยากให้หน่วยงานรัฐเร่งทำงานให้ทันเครือข่ายเหล่านี้ เพราะเขาได้มีวิธีการฟอกเงินจำนวนมาก เช่น การซื้อหุ้นไทยจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังมีความกังวลว่านายตู้ห่าวจะหลุดคดี จึงอยากขอความมั่นใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะไม่มีมวยล้มต้มคนดู

ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ชี้แจงว่า ขณะนี้ได้นำสำนวนสืบสวนสอบสวนมาทำเองทั้งหมดแล้ว ซึ่งในช่วงต้นที่มีปัญหาติดขัดเนื่องจากท้องที่แยกกันทำ แต่วันนี้เรามีการรวมสำนวนทั้งหมดโดยตนดูแลเอง ขอให้นายชูวิทย์หมดความกังวลใจได้ เพราะตนก็มีการทำงานคืบหน้าตามลำดับ และล่าสุดก็ได้ติดตามเส้นทางการเงินร่วมกับ ป.ป.ส. ปปง. โดยมีการแบ่งงานกันแล้วว่า ปปง.จะขยายเส้นทางการเงินทั้งหมด เพราะมีเครื่องมือพร้อม ส่วน ป.ป.ส.จะดำเนินการยึดทรัพย์ ซึ่งทุกหน่วยงานยืนยันแล้วว่ามีการบูรณาการที่เข้มแข็ง

นอกจากนี้ ภายหลังการหารือ นายสมศักดิ์ได้มอบเหรียญยุติธรรมธำรงให้กับนายชูวิทย์ พร้อมหนังสือเชิญเป็นที่ปรึกษา ป.ป.ส. ซึ่งนายสมศักดิ์ได้เสนอให้นายชูวิทย์ใช้ชุดคุ้มครองพยานของดีเอสไอ เพื่อความปลอดภัยของนายชูวิทย์และคนที่นำข้อมูลมาให้

ขณะที่นายชูวิทย์กล่าวขอบคุณกระทรวงยุติธรรมที่ได้มอบรางวัลให้กับตน ซึ่งมีมูลค่าทางจิตใจมากกว่ารางวัลนำจับ 5% ส่วนตำแหน่งขอบคุณที่เสนอมา โดยไม่ได้คาดหวังในตำแหน่ง เพราะไม่ต้องการเล่นการเมืองแล้ว แต่จะรับไว้พิจารณา เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับสังคมในการเป็นพลเมืองดี แจ้งเบาะแสยาเสพติด เพื่อทำให้สังคมเข้มแข็งและมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจากทุกภาคส่วน