สงขลา ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำเอ่อท่วม 5 อำเภอ​ 19 ตำบล​ 68 หมู่บ้าน

9.12.22 | 19:09 น.

สงขลา ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำเอ่อท่วม 5 อำเภอ​ 19 ตำบล​ 68 หมู่บ้าน ปภ.จังหวัดลงพื้นที่สำรวจ พร้อมประสานเข้าช่วยเหลือประชาชน ประเมินความเสียหาย

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลา กรณีมีฝนตกหนักต่อเนื่องนาน 2 วันในหลายพื้นที่ของจังหวัดสงขลา ส่งผลทำให้มีน้ำไหลระบายไม่ทัน ไหลบ่าเข้าท่วมถนน พื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.หาดใหญ่ อ.จะนะ อ.นาหม่อม อ.บางกล่ำ และ อ.นาทวี


โดยสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ตำบลคลองหรัง ตำบลนาหม่อม ​และตำบลทุ่งขมิ้น​ อำเภอนาหม่อม​ ได้รับ​ความเดือดร้อน ​จำนวน​ 217 ครัวเรือน​ 540 คน, ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ​ ได้รับ​ความเดือดร้อน ​จำนวน​ 15 ครัวเรือน​ 50 คน, ตำบลป่าชิง ตำบลนาหว้า ตำบลน้ำขาว ตำบลแค ตำ​บล​ตลิ่งชัน​ และตำบลคู อำเภอจะนะ ​ได้รับ​ความเดือดร้อน​ จำนวน​ 233 ครัวเรือน​ 948 คน, เทศบาลเมืองคอหงส์​ ​ตำบลบ้านพรุ​ ตำบลพะตง​ เทศบาล​ตำบลพะตง​ และตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ ​ได้รับ​ความเดือดร้อน ​จำนวน​ 675 ครัวเรือน​ 1,413 คน, เทศบาลตำบลนาทวีนอก ตำบลปลักหนู​ ​ตำบลคลองทราย​ ​และตำบลนาหมอศรี​ อำเภอนาทวี​ ​ได้รับ​ความเดือดร้อน​ จำนวน​ 1,848 ครัวเรือน​ 7,047 คน ซึ่งแนวโน้มสถานการณ์ในขณะนี้ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่องและมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา นำโดยนางสาวสุนารี บุญชุบ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่บ้านคลองเปล ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ เพื่อวางแนวทางให้ความช่วยเหลือ ขณะที่ทางศูนย์ ​ปภ.เขต12​ สงขลา​ ได้เข้ามาสนับสนุนติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รวมทั้งเครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อเร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

นอกจากนั้น ยังได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังผิวจราจร บริเวณถนนสายกาญจนวนิช หาดใหญ่-สงขลา เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงประมาณ 30 เซนติเมตร แต่ยังสามารถสัญจรไปมาได้ โดยเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงสงขลาได้นำป้ายมาแจ้งเตือนไว้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สัญจรไป-มา พร้อมกันนี้ ทาง ปภ.สงขลา ยังได้ประสานความร่วมมือไปยังจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหารในพื้นที่ จิตอาสา อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน พร้อมจัดกำลังพลสำรวจและประเมินความเสียหายของบ้านเรือน รวมทั้งในเรื่องของสัตว์เลี้ยง ด้านปศุสัตว์ด้วย โดยจะได้รับการเยียวยาตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการช่วยเหลือในเหตุอุทกภัยต่อไป

Advertisement