สงขลา ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำเอ่อท่วม 5 อำเภอ 19 ตำบล 68 หมู่บ้าน ปภ.จังหวัดลงพื้นที่สำรวจ พร้อมประสานเข้าช่วยเหลือประชาชน ประเมินความเสียหาย
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลา กรณีมีฝนตกหนักต่อเนื่องนาน 2 วันในหลายพื้นที่ของจังหวัดสงขลา ส่งผลทำให้มีน้ำไหลระบายไม่ทัน ไหลบ่าเข้าท่วมถนน พื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.หาดใหญ่ อ.จะนะ อ.นาหม่อม อ.บางกล่ำ และ อ.นาทวี
โดยสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ตำบลคลองหรัง ตำบลนาหม่อม และตำบลทุ่งขมิ้น อำเภอนาหม่อม ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 217 ครัวเรือน 540 คน, ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 15 ครัวเรือน 50 คน, ตำบลป่าชิง ตำบลนาหว้า ตำบลน้ำขาว ตำบลแค ตำบลตลิ่งชัน และตำบลคู อำเภอจะนะ ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 233 ครัวเรือน 948 คน, เทศบาลเมืองคอหงส์ ตำบลบ้านพรุ ตำบลพะตง เทศบาลตำบลพะตง และตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 675 ครัวเรือน 1,413 คน, เทศบาลตำบลนาทวีนอก ตำบลปลักหนู ตำบลคลองทราย และตำบลนาหมอศรี อำเภอนาทวี ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 1,848 ครัวเรือน 7,047 คน ซึ่งแนวโน้มสถานการณ์ในขณะนี้ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่องและมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา นำโดยนางสาวสุนารี บุญชุบ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่บ้านคลองเปล ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ เพื่อวางแนวทางให้ความช่วยเหลือ ขณะที่ทางศูนย์ ปภ.เขต12 สงขลา ได้เข้ามาสนับสนุนติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รวมทั้งเครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อเร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
นอกจากนั้น ยังได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังผิวจราจร บริเวณถนนสายกาญจนวนิช หาดใหญ่-สงขลา เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงประมาณ 30 เซนติเมตร แต่ยังสามารถสัญจรไปมาได้ โดยเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงสงขลาได้นำป้ายมาแจ้งเตือนไว้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สัญจรไป-มา พร้อมกันนี้ ทาง ปภ.สงขลา ยังได้ประสานความร่วมมือไปยังจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหารในพื้นที่ จิตอาสา อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน พร้อมจัดกำลังพลสำรวจและประเมินความเสียหายของบ้านเรือน รวมทั้งในเรื่องของสัตว์เลี้ยง ด้านปศุสัตว์ด้วย โดยจะได้รับการเยียวยาตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการช่วยเหลือในเหตุอุทกภัยต่อไป


