รวบผู้ต้องหาอ้างชื่อ”หญิงแม้น” เข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพในสถานที่”ราชนิกุล” ตุ๋นเหยื่อ 17 รายเข้าสักการะโดยไม่ต้องต่อแถว สำนักพระราชวังตรวจสอบเข้ม สกัด ขรก.มาเกินกำหนด นำคนนอกมาแซงคิว
จับผู้ต้องหาอ้างชื่อ”หญิงแม้น”
ส่วนความคืบหน้าคดี พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล พร้อม ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต เข้าพบ พ.ต.อ.ธนกฤต ไชยจารุวุฒิ ผกก.สน.พระราชวัง เพื่อลงบันทึกประจำวันมีบุคคลแอบอ้างใช้ชื่อของ ม.ร.ว.แม้นนฤมาสในการเข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ ในสถานที่ที่กำหนดไว้ให้ราชนิกุล ในพระบรมมหาราชวังนั้น เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 เดินทางไปที่ สน.พระราชวัง และประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี
ต่อมาเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พระราชวังนำตัว น.ส.อโนทยาพัฒน์ สิทธีรผล อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104/4 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตจรัญสนิทวงศ์ กรุงเทพฯ มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.พระราชวัง โดยเบื้องต้น น.ส.อโนทยาพัฒน์สารภาพว่า ได้ลงลายมือชื่อแอบอ้างกับเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังว่าเป็น ม.ร.ว.แม้นนฤมาสจริง เพื่อให้ได้เข้าไปในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และนำบุคคลอื่นเข้าไปอีก 12 คน ต่อมาตำรวจจึงเชิญพยานบางรายมาให้ข้อมูล พบว่า น.ส.อโนทยาพัฒน์มีความผิดจริง
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบยังพบว่ายังมีกลุ่มคนที่ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวอีกกว่า 8 ราย รวมทั้งพบว่ายังมีกลุ่มข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เองได้แอบอ้างเป็นราชนิกุล เพื่อให้มีสิทธิพิเศษในการแทรกคิวบุคคลอื่นที่จะมา กราบถวายบังคมพระบรมศพเช่นกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ
ขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ
ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.ทรงพล พ.ต.อ.ธนกฤต ไชยจารุวุฒิ ผกก.สน.พระราชวัง ร่วมกันแถลงจับกุม น.ส.อโนทยาพัฒน์ โดย พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า มีผู้เสียหายที่อยู่ในที่เกิดเหตุเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจนำไปสู่การขอศาลออกหมายจับ น.ส.อโนทยาพัฒน์ ในข้อหาฉ้อโกงโดยแสดงเป็นบุคคลอื่น และศาลอนุมัติหมายจับเลขที่ 2314/2559 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2559
พล.ต.ต.ทรงพลกล่าวว่า เบื้องต้นจะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้ต้องหาและพยาน เพื่อขยายผลว่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอีกหรือไม่ หากพบจะดำเนินคดีทันที
สารภาพตุ๋นเหยื่อรวม17คน
น.ส.อโนทยาพัฒน์กล่าวว่า ได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยทำมาทั้งหมด 3 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม, 22 พฤศจิกายน และ 23 พฤศจิกายน มีผู้เสียหาย 17 ราย มูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท โดยครั้งแรกเริ่มจากการแอบเดินตามสมาชิกในราชนิกุลเข้าไปภายใน ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ทันสังเกต เนื่องจากทำทีว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกราชนิกุล ก่อนจะเห็นช่องทางกระทั่งก่อเหตุดังกล่าว
“ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาก่อนแล้ว จึงง่ายในการพูดให้หลงเชื่อ ซึ่งขอยอมรับผิด และขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป และยืนยันว่าก่อเหตุเพียงคนเดียว ทั้งนี้ มีอาชีพขายของออนไลน์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพระบรมมหาราชวังแต่อย่างใด ส่วนเงินที่ได้จากผู้เสียหายจำนวน 100,000 บาทนั้น ยังไม่ได้นำไปใช้จ่ายแต่อย่างใด” น.ส.อโนทยาพัฒน์กล่าว
อ้างอาเป็นทหารมหาดเล็ก
หนึ่งในผู้เสียหายกล่าวว่า เป็นผู้เสียหายกลุ่มที่ 3 ที่กำลังจะได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ในวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่เกิดเหตุในวันที่ 22 พฤศจิกายนขึ้นเสียก่อน ทั้งนี้ เป็นเพื่อนกับผู้ต้องหามาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา ผู้ต้องหาบอกกับตนว่าสามารถพาเข้าไปในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อฟังสวดพระอภิธรรมได้ จึงหลงเชื่อ เพราะผู้ต้องหาเคยระบุว่ามีอาเป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ พร้อมทั้งนำภาพถ่ายที่เดินจูงมือกับหลานของหม่อมเจ้าท่านหนึ่งมาให้ดู รวมทั้งเคยเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับงานพระราชพิธีได้อย่างละเอียด ทำให้หลงเชื่อและจ่ายเงินให้ผู้ต้องหาไป 47,500 บาท เพื่อที่ครอบครัวของตนทั้ง 12 คน จะได้เข้าไปในพระบรมมหาราชวัง โดยแบ่งเป็นค่ารถ 5,500 บาท และค่าสั่งจองเหรียญที่ระลึกอีก 12 ชุด ชุดละ 3,500 บาท รวม 42,000 บาท
ลงชื่อเข้าวังก่อนถูกเชิญออก
รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทราบว่า น.ส.พัชรวดี สิริกาญจนรัชต์ หลานสาวของนางพาเพลิน อยู่อ้น ผู้เสียหาย ได้ติดต่อไปหา น.ส.อโนทยาพัฒน์ เนื่องจากมีเพื่อนมาบอกว่า น.ส.อโนทยาพัฒน์สามารถพาเข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ และร่วมฟังพิธีสวดพระอภิธรรมในระยะใกล้ โดยไม่ต้องรอคิวเป็นเวลานานเหมือนบุคคลทั่วไป
ผู้เสียหายและครอบครัวรวม 3 คน จึงติดต่อไปยัง น.ส.อโนทยาพัฒน์ ซึ่ง น.ส.อโนทยาพัฒน์ระบุว่า ต้องเสียค่ารถ 5,500 บาท จึงโอนเงินให้ และ น.ส.อโนทยาพัฒน์ยังระบุว่าสามารถสั่งจองเหรียญที่ระลึกงานพระราชพิธีพระบรมศพได้ โดยคิดค่าสั่งจองชุดละ 3,500 บาท จึงสั่งจองไป 15 ชุด เป็นเงิน 52,500 บาท

“วันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เวลา 19.00 น. น.ส.อโนทยาพัฒน์ได้โดยสารรถตู้ ทะเบียน ฮท 8746 กรุงเทพมหานคร มารับกลุ่มผู้เสียหายที่บ้านพัก ผู้เสียหายจึงจ่ายเงินค่าจองเหรียญ 52,500 บาท และนั่งรถตู้คันดังกล่าวไปยังพระบรมมหาราชวัง ก่อนที่ น.ส.อโนทยาพัฒน์จะพากลุ่มผู้เสียหายไปยังเต็นท์ที่ระบุว่าเฉพาะสมาชิกราชนิกุล และ น.ส.อโนทยาพัฒน์ได้ไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ก่อนที่ น.ส.อโนทยาพัฒน์จะลงชื่อลำดับที่ 2 ใช้ชื่อว่า “น.ส.แม้นนฤมาส ยุคล” พร้อมเบอร์โทรศัพท์ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบมายังกลุ่มผู้เสียหายพบว่า ไม่มีใครเป็นสมาชิกราชนิกุล จึงถูกเชิญตัวออกจากเต็นท์ดังกล่าว และทางผู้เสียหายจึงตัดสินใจเดินทางกลับไปบ้านทันที” ผู้เสียหายให้ข้อมูล
สำนักพระราชวังตรวจเข้มขึ้น
แหล่งข่าวจากสำนักพระราชวังเปิดเผยว่า กรณีพบว่ามีกลุ่มบุคคลแอบอ้างตัวเป็นสมาชิกราชนิกุลเพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพนั้น ทางสำนักพระราชวังจะต้องตรวจเข้มบุคคลที่เข้าร่วมพระราชพิธีมากขึ้น ทั้งนี้ ตามปกติสมาชิกราชนิกุลถือเป็นบุคคลที่ทางงานพิธีจะให้เกียรติ จะไม่มีการตรวจบัตรหรือเอกสารใดๆ โดยสมาชิกราชนิกุลสามารถเข้าประตูตรงกลางของกำแพงเเก้วได้ทันที และจะมีที่นั่งรับรองที่จัดไว้ให้สำหรับราชนิกุลโดยเฉพาะ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นสมาชิกราชนิกุลรายเดิม ที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาร่วมพิธีเป็นประจำ จึงถือเป็นเรื่องที่ตรวจสอบไม่ยากนักว่าใครเป็นสมาชิกราชนิกุลหรือไม่
“ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักนายกรัฐมนตรีได้จัดระเบียบผู้เข้าร่วมพระราชพิธีเข้มงวดมากขึ้น โดยจะแจกบัตรสำหรับติดให้แก่ข้าราชการเข้าร่วมพระราชพิธีตามจำนวนที่ระบุไว้เท่านั้น ข้าราชการที่ไม่มีบัตรติดจะไม่สามารถเข้าร่วมพระราชพิธีได้ เพื่อป้องกันไม่ให้หน่วยงานราชการนำบุคคลมาเกินจำนวนที่ได้กำหนดไว้ และยังเป็นการแก้ไขปัญหาที่ข้าราชการมักนำบุคคลมาเกิน ทำให้ที่นั่งในงานพระราชพิธีรองรับไม่เพียงพอ รวมทั้งยังแก้ไขปัญหาการนำบุคคลภายนอกมาแซงคิวเพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ โดยไม่ต่อแถวเหมือนกับประชาชนทั่วไป” แหล่งข่าวกล่าว

