“ศรีวราห์”กำหนดสิ้นเดือน พ.ย.นี้ ธัมมชโยต้องเข้ามอบตัวในคดีรุกพื้นที่ป่าเขาใหญ่ ย้ำไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
ความคืบหน้ากรณีคณะทำงานอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาที่ 2 และ น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 5 ฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร ทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นจำนวนเงิน 13,000 ล้านบาท หลังจากที่มีความเห็นสั่งฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง ผู้ต้องหาที่ 1 นางศรัณยา มานหมัด อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ฯคลองจั่น ผู้ต้องหาที่ 3 และนางทองพิน กันล้อม อดีตรองประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น ผู้ต้องหาที่ 4 ฐานสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน โดยอัยการนัดให้ผู้ต้องหากลุ่มนี้มาฟังคำสั่งคดีในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ เพื่อส่งฟ้องต่อศาล ส่วนพระธัมมชโย ผู้ต้องหาที่ 2 และ น.ส.ศศิธร ผู้ต้องหาที่ 5 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังไม่ได้ส่งตัวให้อัยการ จึงแจ้งให้อธิบดีดีเอสไอติดตามตัวพระธัมมชโยและ น.ส.ศศิธรมาให้อัยการ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนก่อนขาดอายุความ 15 ปีนั้น
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวกรณีศาลจังหวัดสีคิ้วอนุมัติหมายจับพระธัมมชโย กรณีบุกรุกพื้นที่ป่าในการก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซ วัลเล่ย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ว่าทางการข่าวทราบว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในวัด แต่หลักฐานทางโลกยังไม่มีใครพบ ทำให้เป็นปัญหาในการอนุมัติหมายค้น มอบหมายให้ พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 4 ดำเนินการตรวจสอบ เพื่อยืนยันข้อมูล หากระบุมาว่าอยู่ภายในวัดสามารถขอหมายค้นได้ทันที ขณะนี้ได้ทำหนังสือถึงเจ้าคณะจังหวัดและประสานบุคคลใกล้ชิดพระธัมมชโยเพื่อขอให้มามอบตัวภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนตัวเชื่อว่าพระธัมมชโยจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยการมอบตัว 100 เปอร์เซ็นต์
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากทีมทนายของพระธัมมชโยต่อรองกับพนักงานสอบสวนให้เข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาภายในวัด พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ตามกฎหมายสามารถกระทำได้ในเวลาหรือสถานที่ใดก็ได้โดยไม่ชักช้า หากพระธัมมชโยไม่มีพฤติกรรมทำลายหลักฐาน ก็สามารถให้ประกันตัวได้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการอย่างนิ่มนวลเพื่อไม่ให้พระพุทธศาสนาเสียหาย คดีนี้มีผู้ต้องหามามอบตัวแล้ว 4 ราย มีการสอบสวนไปแล้ว ทางพนักงานสอบสวนสามารถส่งฟ้องได้โดยที่ไม่ต้องนำตัวพระธัมมชโยมาด้วยเหมือนกับคดีของดีเอสไอ
กรณีที่อัยการมีคำสั่งฟ้องพระธัมมชโยในคดีร่วมกันยักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นและรับของโจรนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า หากดีเอสไอร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางตำรวจพร้อมสนับสนุน เบื้องต้นยังไม่มีการร้องขอมา ส่วนจะใช้แผนการจับกุม “กบิล 59” หรือไม่ ขึ้นอยู่กับดีเอสไอ เพราะตำรวจเป็นเพียงผู้สนับสนุนด้านกำลัง ไม่ใช่เจ้าของแผน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะนำกำลังเข้าไปจับกุมพระธัมมชโย พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า คำว่านำกำลังหมายความว่าอย่างไร ไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวไปตีความกันผิดๆ อีก
“อยากฝากถึงศิษยานุศิษย์ หากมีการนำกำลังเข้าไปจับกุมอย่าขัดขวาง เนื่องจากผิดกบิลบ้านกบิลเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบ ยืนยันว่าทางตำรวจบังคับใช้กฎหมาย 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย หากมีการนั่งสมาธิขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุม ก็นั่งไป อย่ามาวุ่นวายหรือขัดขวางการดำเนินการของตำรวจ หากพบการขัดขวาง ทางตำรวจต้องดำเนินการตามกฎหมายด้วยเช่นกัน” รอง ผบ.ตร.กล่าว
กรณีที่ศิษยานุศิษย์ของพระธัมมชโยมีการดูแลและป้องกันวัดอย่างเข้มแข็ง พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ยังไม่พบความเคลื่อนไหวอะไรเลย ศิษยานุศิษย์ไม่มีอะไรกับทางตำรวจ แต่ถ้าจะมีกับหน่วยอื่นหรือไม่นั้นไม่ทราบ
ส่วนจะเป็นการส่งสัญญาณที่ดีว่าตำรวจจะเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาภายในวัดหรือไม่นั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ยึดตามกรอบของกฎหมาย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเป็นหลัก มั่นใจว่าพระธัมมชโยจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแน่นอน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งแล้วว่าให้ดำเนินการตามที่ดีเอสไอร้องขอทุกกรณี ส่วนขั้นตอนจะเป็นอย่างไร ก็ต้องไปถามทางดีเอสไอ พร้อมยืนยันว่างานหลักของตำรวจคือบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชน
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงการเข้าจับกุมพระธัมมชโยว่า จะต้องประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะมีการจับกุมตัวหรือไม่ต้องดูความเหมาะสมและความชัดเจนในแหล่งที่อยู่ของพระธัมมชโย การตามหาตัวพระธัมมชโยเป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่สืบสวนหาข่าวแล้ว ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าพระธัมมชโยยังอยู่ภายในวัดพระธรรมกายหรือไม่ และยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ
พ.ต.อ.กฤษณะระบุว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากมีการจับกุมแล้วทำให้สถานการณ์บานปลายก็ต้องพิจารณาดูอีกครั้ง ส่วนกรณีที่ดีเอสไอจะประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่
ตำรวจในการช่วยจับกุมพระธัมมชโยหลังอัยการสั่งฟ้องพระธัมมชโยหรือไม่นั้น น่าจะมีการประสานงานกันในเร็วๆ นี้ ที่ผ่านมาได้มีการประสานงานกันมาโดยตลอดอยู่แล้ว
เมื่อเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มหารัตนวิหารคด ภายในวัดพระธรรมกาย ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้เปิดแถลงข่าวเพื่อชี้แจงประเด็นที่มีการอ้างว่าพระธัมมชโยได้เดินทางออกไปนอกประเทศนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากอาพาธมาเป็นสิบปี อยู่ในความดูแลของคณะแพทย์ที่ให้การรักษาภายในวัดแห่งนี้ไม่ได้ออกไปไหนเลยเนื่องจากไม่มีหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ อยากถามบุคคลที่ปล่อยข่าวว่าต้องการอะไร ทั้งที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ช่วงเช้าที่ผ่านมาว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในเมืองไทย จึงยืนยันได้ว่าอยู่ในประเทศไทย
“หลวงพ่ออาพาธสิบปีที่ผ่านมามีหลายโรคที่ทำการรักษา ท่านแทบจะเดินไม่ได้ต้องมีคณะแพทย์ดูแลใกล้ชิด ก่อนที่จะมีคดีความเกิดขึ้นด้วยซ้ำ ดีเอสไอก็ยังไม่มีการประสานมาที่วัด แต่หากดีเอสไอจะประสานมา จะมีฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ดำเนินการต่อไป ในส่วนของสื่อมวลชนที่มีการพาดหัวข่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง ขอให้มีการแก้ข่าวในเรื่องของการออกหมายจับ เนื่องจากขณะนี้หลวงพ่อธัมมชโยไม่ได้ถูกออกหมายจับ ทางอัยการออกมาให้ข่าวแล้วเป็นเรื่องของการสั่งให้มีการพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องก็ได้ แต่สื่อบางฉบับพาดหัวไปแล้ว อยากให้ตรวจสอบการเสนอข่าว” นายองอาจกล่าว
นายองอาจกล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้ามาพบพระธัมมชโยเพื่อสอบถามในฐานะพยาน พระธัมมชโยก็ให้ข้อมูลไปหมดแล้ว หากจะมาสอบถามอีกครั้ง ก็ตอบได้เท่านี้แหละ ส่วนของการตั้งคำถามที่ว่าหากเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการจับกุม จะเกิดการขัดขวางทำกำแพงมนุษย์หรือไม่ ตอบเลยว่าไม่มี ไม่ใช่กำแพงมนุษย์แต่เป็นกำแพงของความศรัทธาของศิษยานุศิษย์ที่มาสวดมนต์ ดูได้จากวันนี้มีศิษยานุศิษย์ที่เดินทางมาสวดพระพุทธมนต์กว่า 5 หมื่นคน นี่คือกำแพงศรัทธาที่เห็น แล้วในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ จะมีการจัดสวดพุทธมนต์อีก ประชาชนที่จะเดินทางมาในวันนั้นน่าจะเรือนแสน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวระบุสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งซ่องโจร นายองอาจกล่าวว่า ขอยืนยันว่าไม่ใช่ หากมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น ขอยืนยันเลยว่าเป็นมือที่สามอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า บรรยากาศโดยรอบวัดพระธรรมกาย บริเวณประตูที่ 7 ฝั่งถนนบางขันธ์-หนองเสือ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจากเดิม 2 นาย เป็นทั้งหมด 5 นาย พร้อมปิดประตู 1 ด้านหน้าถนนคลองสาม อ.คลองหลวง ที่ปกติจะเป็นทางเข้าและทางออก แต่ล่าสุดมีการปิดประตูแล้ว ขณะที่ประตูทางเข้าอื่นๆ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูพร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วบริเวณ
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ดีเอสไอยังคงรอหนังสืออย่างเป็นทางการจากทางสำนักงานอัยการ จึงจะเริ่มปฏิบัติการเข้าจับกุมพระธัมมชโย โดยสัปดาห์นี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด สำหรับรายละเอียดแผนปฏิบัติการไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด แต่เตรียมแผนไว้แล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า ชุดพนักงานสอบสวนของคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการรับเช็คบริจาคของพระธัมมชโย ได้ประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อขอออกหมายค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อนำกำลังเข้าไปตรวจค้นจับกุมตามขั้นตอน ทั้งนี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะรายงานความคืบหน้ากับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในช่วงบ่ายวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้

