จากเหตุการณ์คนร้ายบุกเดี่ยวจี้ชิงทรัพย์รถขนเงินธนาคารกรุงไทย ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ริมถนนสายสองพี่น้อง-วัดไผ่โรงวัว จังหวัดสุพรรณบุรี ได้เงินไปกว่า 5 ล้านบาท เหตุเกิดท้องที่ สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
เมื่อเวลา11.30 น. วันที่25 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าว ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ถุงเงินของตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย ในพื้นที่จ.สุพรรณบุรี ได้แล้ว 1 คน และอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล ว่าผู้ต้องหาที่จับได้เป็นผู้ลงมือก่อเหตุหรือไม่ รวมทั้งขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ คาดว่ามีกลุ่มผู้ร่วมขบวนการมากกว่า1ราย ส่วนจะเป็นตำรวจหรือไม่นั้นยังไม่ได้รับรายงาน กำลังตรวจสอบ เรื่องนี้คงไม่ยากที่จะตรวจสอบ ถ้าหากเป็นตำรวจจริงมีระเบียบขั้นตอนในการจัดการอยู่แล้ว จะไม่ช่วยตำรวจที่ไม่ดีเด็ดขาด รวมถึงเอาผิดผู้บังคับบัญชาตามระเบียบด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่มีคำสั่งย้ายผกก.สภ.สองพี่น้อง ช่วยราชการนั้น มาจากฐานปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุ หรือมีตำรวจในพื้นที่รู้เห็นการก่อเหตุหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ตรงนี้ก็ตรวจสอบ ทั้งนี้คำสั่งให้ช่วยราชการขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชา อย่างไรก็ตามดูจากแผนประทุษกรรมคนร้ายให้น้ำหนักทำเป็นขบวนการมากกว่า จากประสบการณ์เชื่อว่าคนร้ายลงมือแยบยลมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ดูจากการใช้อาวุธเป็นเหมือนมีความเคยชิน อย่างไรก็ตามบ่ายวันนี้จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบด้วยตัวเอง
ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า จนถึงขณะนี้ยังสืบสวนในประเด็นเจ้าหน้าที่ขนเงิน ว่าร่วมรู้เห็นเป็นใจกับคนร้ายหรือไม่ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาบริษัทขนเงินบางบริษัทให้ความร่วมมือในการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปป้องกันความปลอดภัย บางบริษัทไม่ให้ความร่วมมือ เรื่องนี้บอกให้บริษัททำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ถ้าทำตามปัญหาจะไม่เกิด ส่วนจะมีการเรียกบริษัทเอกชนเข้ามาทำความเข้าใจถึงระเบียบการขนเงินหรือไม่นั้น มอบให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. ดูแลเรื่องนี้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.7 ควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ ส.ต.ต. สังกัดฝ่ายสืบสวน สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ทำหน้าที่คอยวางแผน และชายคนร้ายที่ 1 คน ที่ขายข้าวโพดคั่วภายในปั้มซึ่งมีหน้าที่คอยชี้เป้าความเคลื่อนไหว พร้อมของกลางหลายรายการรวมทั้งรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุส่วนเงินสดกับคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุยังไม่ได้กลับคืนมาเป็นของกลาง
ทั้งนี้ก่อนจับกุมทาง พล.ต.ต.สมชาย พร้อมทีมสืบสวน บช.ภ.7 และ กก.สส.ภ.จังหวัดสุพรรณบุรี สืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาร่วมทีมทำงานในการก่อเหตุครั้งนี้ส่วนรายละเอียด

