รัฐบาลเอาจริง ส่ง ‘บิ๊กเด่น’ จับมือ ทุกหน่วย ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ให้สิ้นซาก

16.12.22 | 14:01 น.

ความสำเร็จอันเกิดจากความเอาจริงเอาจังของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้ดูแลนโยบายด้านความความมั่นคงของประเทศ สืบเนื่องจากความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการหลอกลวงของแก๊งคอลเซนเตอร์ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก พล.อ.ประวิตร จึงได้สั่งเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงประชาชนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ทุกรูปแบบ อาทิ แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ การหลอกให้รัก หลอกให้ลงทุน รวมไปถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อประชาชน การเผยแพร่ข่าวปลอม (Fake news) การเผยแพร่ภาพวาดการ์ตูนล้อเลียนบุคคลสำคัญ หรือสถาบันหลักของชาติ การแสวงหาประโยชน์ทางเพศบนสื่อสังคมออนไลน์ จนกล่าวได้ว่า พล.อ.ประวิตร ได้แสดงบทบาทการนำนโยบายปราบปรามอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี กระทรวงดิจิตัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามในทุกมิติ

หนึ่งในผลงานทีโดดเด่นของ พล.อ.ประวิตร ได้แก่ การผลักดันศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center : AFNC) เพื่อเป็นศูนย์รวบรวม จัดเก็บ และวิเคราะข้อมูลและข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายสังคม อันอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อสังคม เศรษฐกิจและความมั่นคงของประชาชน ตลอดจนมีเครื่องมือในการจัดการแก้ไขและเผยแพร่เนื้อหาที่ถูกต้องต่อสาธารณะเพื่อรับแจ้งข่าวและเบาะแสของข้อมูลเท็จที่เผยแพร่อยู่ในสังคม โดยตั้งแต่ วันที่ 1 พ.ย. 62 – 31 ต.ค. 65 จากการรับแจ้งเบาะแส และติดตามการสนทนาบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับข่าวปลอม มีข้อความข่าวที่ต้องคัดกรองทั้งหมด 942,821,174 ข้อความ ข้อความข่าวที่เข้าเกณฑ์การตรวจสอบทั้งหมด 39,346 ข้อความ โดยหลังจากคัดกรองพบข้อความจำนวนเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 19,065 เรื่อง สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดอันดับ 1 คือ Social Listening Tools 99.89% รองลงมาคือ Line Official 0.10%, Twitter 0.01%, Facebook 0.00% และ Official Website 0.00% ตามลำดับ

การบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตามนโยบายรัฐบาล ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมตรี คอยขับเคลื่อนและกำชับการปฎิบัติ แก้ไขปัญหาฉ้อโกงประชาชนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับผู้แทนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน กสทช. สำนักงาน ปปง. สำนักงาน ก.ล.ต. และหน่วยงานเกี่ยวข้อง และล่าสุดมีการหารือ โดยมีพล.อ.ประวิตร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กำหนดมาตรการและขั้นตอนปฏิบัติในการบูรณาการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายให้เสร็จใน 3 เดือน

เมื่อไม่นานมานี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงประชาชนผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ผู้แทนกระทรวงดิจิทัลฯ ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

ที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้ามาตรการเร่งด่วนแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงทางออนไลน์ โดยมีผลการดำเนินงานที่สำคัญได้แก่ (1) การเสนอร่าง พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ พ.ศ. …. ในขณะนี้ ดีอีเอสได้นำเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแล้ว ทำให้ธนาคารสามารถแก้ไขปัญหากรณีพบพฤติกรรมที่ต้องสงสัยและสามารถระงับพฤติกรรมดังกล่าวได้ ตัดวงจรอาชญากรรมก่อนกระทบในวงกว้าง (2) การแจ้งเตือนภัยออนไลน์ผ่านแอพลิเคชั่นเป๋าตัง (3) การแก้ไขปัญหาการยืนยันตัวตนใน Mobile Application (4) การดำเนินการกับผู้ครอบครองซิมโทรศัพท์จำนวนมากและที่ไม่ลงทะเบียนยืนยันตัวตนตามระบบ ทั้งนี้ ในปี 2565 นี้ ปรากฏสถิติการดำเนินคดีทางอาชญากรรมออนไลน์ที่สำคัญ ได้แก่ การปิดกั้นข้อความ SMS/โทรหลอกลวง จำนวน 94,043 หมายเลข และดำเนินคดีแก๊งค์ Callcenter 46 คดี มีการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 60 ราย การอายัดบัญชีม้าจำนวน 47,245 บัญชี และปิดกลุ่มโซเชี่ยลมีเดียซื้อขายบัญชีม้า จำนวน 8 กลุ่ม การดำเนินคดีเกี่ยวกับการหลอกลวงลงทุน- ระดมทุน ออนไลน์และหลอกลวงทางการเงิน จำนวน 562 คดี การปราบพนันออนไลน์ โดยดำเนินคดี 287 คดี และปิดกั้นเว็บไซต์พนันจำนวน 1,691 เว็บไซต์ การหลอกลวงซื้อขายสินค้าบริการออนไลน์ ดำเนินคดีจำนวน 246 คดี
นับเป็นงานที่เกิดจาการความเอาจริงเอาจังของ ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมมือกัน

Advertisement