จากกรณีเจ้าของร้านขายยาย่านเสรีไทย นายสมเดช สายจิตบริสุทธิ์ 60 ปี อดีตนักวิชาการสาธารณสุขระดับ 8 กระทรวงสาธารณสุข เครียดจัดยิงนางมารศรี สายจิตบริสุทธิ์ อายุ 59 ปี ภรรยาและน.ส.วนิดา วงชัย อายุ 36 ปี ลูกจ้าง ดับสยองคาร้าน ก่อนใช้ปืนกระบอกเดียวกันจ่อขมับยิงตัวตายตาม เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนว่า
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ต.ท.ผดุงศักดิ์ สุวรรณชัยรบ รองผกก.(สอบสวน)สน.ลาดพร้าว เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าเมื่อเวลา 08.00 น. ภาพหน้าร้านเห็นนางมารศรีพร้อมลูกจ้างมาถึงแล้วเปิดร้านตามปกติ ต่อมาเวลา 10.00 น. ภาพหน้าร้านเห็นนายสมเดช กำลังเดินปรี่เข้าในร้านโดยมีเพื่อนบ้านยืนทักทาย ยกมือสวัสดี แต่นายสมเดชไม่สนใจ เข้าร้านแล้วเดินไปบริเวณหลังร้านจะมีห้องอยู่ ซึ่งภายในห้องมีตู้เชฟแล้วนายสมเดชได้หยิบปืนมาจ่อศีรษะภรรยา ขณะสามีนำปืนจ่อภรรยาอยู่นั้นทั้งคู่มีลักษณะพูดคุยแบบธรรมดา ไม่ได้มีการโวยวายหรือท่าทางมีปากเสียง ไม่ถึงนาทีนายสมเดชยิงใส่ภรรยาบริเวณแก้มขวาเสียชีวิต ทำให้ลูกค้าเป็นผู้ชายที่มาซื้อยา วิ่งหนีออกนอกร้านทันที ส่วนลูกจ้างมีลักษณะท่าทางเหมือนจะเข้าช่วยนายจ้างหรือจะวิ่งหนี แต่นายสมเดชหันปืนยิงใส่เสียชีวิต จากนั้นนายสมเดช มีท่าทางกระวนกระวาย มือไม้สั่น ถือปืนโดยลำกล้องขนานหน้าผากแล้วเหนี่ยวไกปืน 2 นัด กระสุนเฉี่ยวหน้าผากเป็นแผลเลือดไหลนองเต็มหน้า แล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ลักษณะกำลังร้องไห้ ชั่วครู่ตัดสินใจนำปืนจ่อขมับยิงใส่ตัวเองเสียชีวิตเป็นศพที่ 3 ดังกล่าว
พ.ต.ท.ผดุงศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่านายสมเดช ยิงปืนไปจำนวน 5 นัด มีโรคประจำตัวคือ โรคเบาหวาน กับ โรคพาร์กินสัน เคยมีประวัติจะกระโดดจากที่สูง ที่ คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา ถนน ประดิษฐ์มนูธรรม แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร และพักหลังนายสมเดชมัก บ่นว่าเจ็บเนื้อเมื่อยตัวและซึมเศร้าอย่างหนัก ทั้งนี้ยังไม่ได้สอบปากคำบุตรสาวอย่างละเอียดเนื่องจากอยู่ในภาวะโศกเศร้าอย่างหนักที่บิดามารดาเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรอให้เสร็จสิ้นงานฌาปนกิจศพ ก่อนจึงจะเรียกตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดต่อไป

