ยิ่งกว่าหนัง! ‘ประสิทธิ์ เจียวก๊ก’ อมลูกกุญแจไว้ ในปากไปขึ้นศาล ย้ายเข้าคุกบางขวาง

23.12.22 | 17:50 น.

ยิ่งกว่าหนัง! ‘ประสิทธิ์ เจียวก๊ก’ อมลูกกุญแจไว้ ในปากไปขึ้นศาล ส่งตัวเข้าคุกบางขวาง

เมื่อเวลา 15.20 น.วันที่ 23 ธันวาคม ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม เข้าตรวจสอบกล่องเก็บเครื่องมือพันธนาการผู้ต้องขัง ภายในเรือนจำพร้อมแถลงกรณีนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก จำเลยในคดีฉ้อโกงประชาชนและความผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ พยายามหลบหนี ขณะถูกเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ควบคุมตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ไปเบิกความที่ศาลอาญาว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม มอบหมายให้ตนได้ชี้แจงกรณีดังกล่าว และขออภัยที่ทำให้ประชาชนเกิดความไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยอธิบดีกรมราชทัณฑ์สั่งให้สอบสวนว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนในการทุจริตหรือไม่ โดยจะใช้เวลาภายใน 1 สัปดาห์ พร้อมสั่งย้ายนายประสิทธิ์ ไปแยกขังที่เรือนจำบางขวาง และจับตาตลอด 24 ชม. เนื่องจากเกรงว่าจะเครียดจนทำร้ายตัวเอง รวมถึงสั่งงดเยี่ยม ทั้งนี้ยืนยันว่า หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ทุจริตจะดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง ยอมรับว่าจะนำกรณีนี้ไปแก้ไขปรับปรุงต่อไปเพราะไม่เคยเกิดขึ้น

ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต กล่าวว่า ก่อนหน้านี้นายประสิทธิ์ ได้ถูกเบิกตัวจากเรือนจำคลองเปรมไปขึ้นศาลเป็นประจำ จนเกิดเป็นช่องทางในการคิดหลบหนีมาโดยตลอด แต่ยืนยันว่า ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างผู้ต้องขังกับเจ้าหน้าที่แน่นอน เพราะใช้เจ้าหน้าที่จะเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ในการคุมตัวออกไปเสมออย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่ากล่องเก็บอุปกรณ์พันธนาการและกุญแจที่ใช้ในการออกศาลนั้น ลักษณะเป็นตู้ไม้ที่เก่ามีตัวล็อก 2 ชั้น

Advertisement

โดยในบริเวณดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิดติดตั้งครอบคลุม เมื่อนำตัวผู้ต้องขังออกจากเรือนจำ จะมีผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำ 1 คนที่ได้รับการพิจารณาตรวจสอบแล้ว คอยมาช่วยเหลือพัสดี โดยเวลาเกิดเหตุช่วงเช้า มีเจ้าหน้าที่ออกศาล 3 ราย พัสดี 1 ราย ต้องใช้เวลาตรวจค้นร่างกายไม่น้อยกว่าครึ่งชม. ซึ่งบริเวณใกล้จุดเก็บของมีเก้าอี้นั่งที่นายประสิทธิ์พักคอยโดยใส่เครื่องพันธนาการเรียบร้อย แต่เจ้าหน้าที่ได้แขวนกุญแจใกล้กับกล่องเก็บ ซึ่งจะมีลูกกุญแจ 1 ชิ้น กับเข็มแทงสลัก 1 ชิ้น โดยเป็นกุญแจชนิดพิเศษที่ไม่สามารถปั๊มใหม่ได้

ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต กล่าวอีกว่า วันที่เกิดเหตุนายประสิทธิ์พูดกับเจ้าหน้าที่น้อยมากกว่าปกติ เพราะทุกๆ ครั้งนายประสิทธิ์จะพูดคุยเป็นประจำ จึงตั้งข้อสังเกตไว้ว่านายประสิทธิ์ แอบอมลูกกุญแจเอาไว้ในปาก ระหว่างนั้นนายประสิทธ์อ้างว่ามีอาการปวดท้องหนักรุนแรง ทำให้หวั่นว่าอาจจะถ่ายหนักเมื่อใดก็ได้ ดังนั้นเจ้าหน้าที่เกิดความหวังดีจึงคุมตัวไปยังห้องน้ำที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใช้ได้ ซึ่งตามปกติ เจ้าหน้าที่จะคุมตัวไปยังห้องน้ำบริเวณใต้ถุนศาล

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะจดจำเครื่องแบบของผู้ต้องขังอยู่เสมอ แต่หลังจากนายประสิทธิ์ออกมาจากห้องน้ำกลับเปลี่ยนเสื้อผ้า สวมกางเกงยีนส์และสวมรองเท้าแตะ และเดินก้มหน้าออกมา เมื่อสอบถามแล้ว นายประสิทธิ์ ก็รีบเดินลงบันไดอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าไปตรวจสอบในห้องน้ำแล้วไม่พบตัว จึงรีบประสานตำรวจศาลเข้าจับกุม แล้วไปพบนายประสิทธิ์ที่ชั้น 6 ก่อนมีการฉุดกระชากจนเสื้อขาด

แล้วไปจับตัวได้ที่ชั้น 3 ตอนนี้ได้สอบปากคำผู้ช่วย และผู้คุม พร้อมค้นตัวผู้ต้องขังอีก 2 ราย โดยเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะตรวจสอบเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวันเกิดเหตุด้วย แต่ยืนยันได้ว่าผู้ให้การช่วยเหลือของนายประสิทธิ์นั้นเป็นบุคคลจากภายนอก เพราะภายในเรือนจำไม่มีการใช้เงิน

จากการทดสอบยังพบว่าใช้เวลาปลดลูกกุญแจไม่เกิน 20 วินาทีเท่านั้น เบื้องต้นพบว่ามีตัวสลักและลูกกุญแจหายไปอีกด้วย ยอมรับในเรื่องงบจัดซื้ออุปกรณ์ที่มีจำกัด และกำลังคนในการดูแลผู้ต้องขังไม่เพียงพอจึงต้องมีผู้ช่วยผู้คุม ส่วนประเด็นค้นร่างกายผู้ต้องขังในการนำตัวออกจากเรือนจำมีความเข้มข้นอยู่แล้ว หากแต่การนำตัวกลับมาคุมขังต่อนั้นจะเข้มข้นมากกว่า ส่วนสาเหตุที่ไม่ใช้โซ่ตรวนกับผู้ต้องขังนั้น เนื่องจากมีประเด็นในเรื่องของสิทธิมนุษยชน จึงใช้กุญแจมือ ล็อกช่วงข้อเท้าแทน

แหล่งข่าวระดังสูงของกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า สำหรับเครื่องพันธการที่ใช้กับผู้ต้องขังไปศาลนั้น กรมราชทัณฑ์มีนโยบายให้เรือนจำแต่ละแห่งใช้เจ้าหน้าที่หรือผู้คุม เป็นผู้ใส่กุญแจเท้า ผู้ต้องขัง แต่มีบางเรือนจำอาจจะให้ผู้ช่วยเหลือผู้คุม ซึ่งเป็น ผู้ต้องขังเช่นกันเป็นผู้ใส่กุญแจเท้า ซึ่งต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนนี้ สำหรับประเด็นลูกกุญแจสำรองนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะต้องเป็นผู้ดูแล