เท้าแชร์สาววัย 39 สุดแสบ โกงลูกแชร์กว่า 500 ราย เสียหายนับพันล้าน ก่อนหายตัวเงียบ

3.01.23 | 22:08 น.

เท้าแชร์สาววัย 39 สุดแสบ โกงลูกแชร์กว่า 500 ราย เสียหายนับพันล้าน ก่อนหายตัวเงียบ

วันที่ 3 ม.ค.66 ที่ สภ.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ได้มีผู้เสียหายจากวงแชร์กว่า 10 ราย ทยอยเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับนางเนตรชนก สืบดา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่ที่ 6 ต.หนองไผ่ อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นเท้าแชร์ หลังจากถูกนางเนตรชนกโกงแชร์ไป ซึ่งพบว่ามีลูกแชร์ที่เข้าไปร่วมเล่นแชร์กับนางเนตรชนกอยู่ทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 500 ราย ความเสียหายนับพันล้านบาท


โดยลูกแชร์ที่ถูกสาวแสบรายนี้โกง มีทั้งนักการเมือง นักธุรกิจร้านค้าทองคำ ข้าราชการ ประชาชนทั่วไป บางรายสามีและพ่อแม่ไม่ทราบว่าคนในครอบครัวได้นำเงินสดไปร่วมเล่น เมื่อสามีทราบภายหลังก็เกิดมีปากเสียงกันในครอบครัว บางรายก็มีการทำร้ายร่างกาย และหลายรายพ่อแม่ยังไม่ทราบว่านำสิ่งของมีค่าไปจำนำ เพื่อนำเงินสดมาลงทุนกับวงแชร์ของสาวแสบเท้าแชร์รายนี้

เบื้องต้นสมาชิกแชร์วงนี้ มีบรรดาร้านค้าทองมีชื่อเสียงจำนวนมากทั้งในเขต จ.กาญจนบุรี และ จ.ราชบุรี (ผู้เสียหายไม่ขอเปิดเผยชื่อ) บรรดาร้านทองเหล่านี้แต่ละรายเสียหายไม่ต่ำกว่ารายละ 10 ล้านบาท โดยสาเหตุที่เล่นแชร์กับนางเนตรชนก เนื่องจากช่วงแรกดอกเบี้ยดีมาก จึงหาเงินสดไปลงเล่นเพิ่มเติม จากนั้นเมื่อถึงเวลาที่ตัวเองจะต้องเปีย กลับเปียไม่ได้ เมื่อสอบถามไปทางสาวผู้เป็นเท้าแชร์ ก็หายตัวไป และก็ไม่กล้าไปแจ้งความ จนมารู้ตัวว่าตัวเองถูกโกงแน่ แต่ก็สายไปแล้ว กระทั่งมีการพูดคุยเรื่องนี้กันในวงกว้าง จนทราบว่ามีผู้เสียหายจากแชร์วงนี้เป็นจำนวนมาก จากนั้นจึงได้รวมตัวกันเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนางเนตรชนก สืบดา สาวเท้าแชร์ตัวแสบดังกล่าว ทั้งที่กองปราบฯ และ สภ.ท่าเรือ

ทั้งนี้สมาชิกบางรายที่ร่วมเล่นแชร์กับสาวแสบรายนี้ ได้พยายามออกสืบหาติดตามจนไปทราบว่า นางเนตรชนกได้นำเงินไปซื้อที่ดิน ปลูกบ้านหลายหลัง รวมถึงสร้างฟาร์มเลี้ยงวัวหลายแห่ง แต่ไม่สามารถติดตามตัวได้ น่าจะหลบหนีไปตามพื้นที่ต่างๆ คาดว่าน่าจะยังไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศ เนื่องจากลูกสาวของนางเนตรชนก เรียนอยู่ที่โรงเรียนดังของ จ.กาญจนบุรี แต่จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า ลูกสาวของนางเนตรชนก ไม่ได้ไปโรงเรียน คาดว่าหายตัวไปพร้อมกัน

Advertisement

ด้าน นายประกอบ พิกุลทอง ซึ่งเป็น 1 ในผู้เสียหายจากแชร์วงดังกล่าว เปิดเผยว่า การที่ตนเองเข้าไปเล่นแชร์กับสาวแสบรายนี้ เนื่องจากมีชาวบ้านที่เล่นแชร์วงนี้อยู่แล้วมาขายแชร์ให้ โดยให้เหตุผลว่าลูกจะเข้าโรงเรียนจึงต้องการนำเงินไปใช้จ่าย ตนเองจึงซื้อไว้ ช่วงปีแรกทางสาวเท้าแชร์รายนี้ก็ส่งดอกให้ดีมาตลอด ตนจึงได้นำเงินไปร่วมเล่นเพิ่มอีก ปัจจุบันเกือบ 10 ล้านบาท แต่พอถึงเวลาที่ตนเองขอเปีย แต่กลับเปียไม่ได้ จึงได้สอบถามจนมาทราบว่ามีสมาชิกอีกจำนวนมากที่เปียเงินไม่ได้ในระยะหลังๆ จึงได้รวมตัวเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.ท่าเรือ เพื่อให้ดำเนินคดีกับสาวแสบรายนี้ ซึ่งผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความในวันนี้ ต้องสูญเงินไปให้กับสาวแสบเท้าแชร์รายนี้ รวมเกือบ 20 ล้านบาท และยังมีผู้เสียหายที่ทยอยเดินทางเข้าแจ้งความอีกหลายราย ซึ่งทาง ผกก.สภ.ท่าเรือ ได้อำนวยความสะดวกและดูแลการแจ้งความด้วยตนเองเป็นอย่างดี

ขณะที่ พ.ต.อ.สรวิชญ์ บัวกลิ่น ผกก.สภ.ท่าเรือ กล่าวว่า พล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้สั่งการให้รับแจ้งและอำนวยความสะดวกกับผู้เสียหาย พร้อมรวบรวมหลักฐานทั้งหมด โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัด ลงมาช่วยดำเนินการติดตามสืบสวนเรื่องทั้งหมด ซึ่งจะได้ร่วมวางแผนแบ่งการปฏิบัติงาน ส่วนตัวสาวแสบเบื้องต้นได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบเฝ้าติดตามตัวแล้ว คาดว่าน่าจะยังหลบหนีอยู่ในประเทศ แต่อย่างไรก็ตามได้มีการประสานไปยังหน่วยงานต่างๆ ตามแนวชายแดนทั้งหมดแล้ว เพื่อให้เฝ้าสังเกตบุคคลดังกล่าวแล้วเช่นกัน เพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ