พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นำทีมจับ ปลัดอำเภอ-เจ้าหน้าที่ป่าไม้ห้วยคต สมรู้ร่วมคิดจ้างวานเผาเสาไฟฟ้าในพื้นที่ ห้วยคต จว.อุทัยธานี
เมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่ศปก.สภ.ห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) มาติดตามความคืบหน้ากรณีช่วงระหว่างวันที่ 19 – 20 พ.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายลักลอบวางเพลิงเผาเสาไฟฟ้าส่องสว่างจำนวน 28 ต้น บริเวณถนนสายห้วยช้าง-คูคต ต.ห้วยคต อ.ห้วยคต จว.อุทัยธานี
ต่อมาพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ทำหน้าที่ควบคุมดูแลสั่งการการสืบสวนสอบสวนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นคดีที่สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ มีความเกี่ยวเนื่องกับคดีอื่นๆ อีกหลายคดีในลักษณะเดียวกัน อีก 9 เหตุการณ์ ใน 7 พื้นที่ 2 จังหวัด ซึ่งมีลักษณะพฤติการณ์ในคดีใกล้เคียงกัน อาจมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางธุรกิจ เกี่ยวข้องกับการประมูลงานในระดับท้องถิ่น และอาจมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จึงสั่งการให้ ให้ พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผกก.ตม.จว.ตราด, พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ ผกก.สส.บก.น.3 พร้อมด้วยทีมงานพนักงานสืบสวน ตามคำสั่ง ตร.ที่ 587/2565รวบรวมพยานหลักฐานโดยละเอียด และเร่งรัดการสืบสวนหาผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว จากการสืบสวนทราบว่า หลังจากเกิดเหตุคดีเผาเสาไฟฟ้าจำนวนหลายต้น ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. นายอนุชา หรือบีม สงวนทรัพย์ อายุ 19 ปี เข้ามามอบตัวต่อ พงส.สภ.ห้วยคต และให้การรับสารภาพว่า
เป็นผู้ก่อเหตุวางเพลิงเผาเสาไฟฟ้าส่องสว่างดังกล่าว และรับว่าก่อเหตุแต่เพียงผู้เดียว พงส.จึงแจ้ง ข้อกล่าวหานายอนุชา ว่ากระทำความผิดฐาน “วางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น, ทำให้เสียทรัพย์” ซึ่งจากกรณีดังกล่าว ทีมงานพนักงานสืบสวนฯ พบข้อพิรุธต้องสงสัยหลายประการ จึงทำการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ทำให้ทราบว่าพฤติการณ์ตามที่นายอนุชา ให้การรับสารภาพนั้นไม่เป็นความจริง นำไปสู่รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมและยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ได้ร่วมก่อเหตุในคดีดังกล่าวเพิ่มเติม

นายสุรสีห์ ศิลาภิวัฒน์ หรือปลัดแมว หรือ ป.แมว อายุ 45 ปี ปลัดอำเภอห้วยคต ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1/2566 ลงวันที่ 2 ม.ค.66 และ นายวิรัตน์ หรือต้อม จันทร์แทน อายุ 34 ปี พนักงานราชการ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า วนอุทยานห้วยคต ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 2/2566 ลงวันที่ 2 ม.ค.66
ซึ่งร่วมกันกระทำความผิดฐาน “ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และซ่องโจร”
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าต่อมาวันที่ 3 ม.ค. ทีมงานพนักงานสืบสวนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยคต ร่วมกันจับกุมนายวิรัตน์ ได้ที่บริเวณร้านค้าสวัสดิการ วนอุทยานห้วยคต ต.ห้วยคต อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี ส่วนนายสุรสีห์ หรือ ป.แมว หลบหนีไป อยู่ในระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของผู้ต้องหารายอื่นๆ ที่ร่วมกันกระทำความผิดนั้น จะทำการสืบสวนขยายผลและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ครบถ้วนต่อไป

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีก คดีดังกล่าวเป็นหนึ่งในคดีที่มีลักษณะพฤติการณ์คล้ายคลึงกัน เป็นการสร้างความหวาดกลัวให้กับบุคคลและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ หลังจากที่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตามคำสั่งพนักงานสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏได้ ซึ่งผู้กระทำผิดกลับเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเสียเอง ขณะนี้อยู่ในระหว่างติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว และจะเร่งขยายผลสืบสวนเพิ่มเติมว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ หากพบผู้เกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด รวมทั้งจะขยายผลไปยังคดีอื่นที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.อุทัยธานี และ จ.นครสวรรค์ อีกด้วย

