เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รรท.ผบช.ปส. ร่วมกันแถลงจับกุมนายสุพิศ ระฆังทอง อายุ 38 ปี ชาว จ.ระยอง นายรชวรรษ ธนาธรไพศาล อายุ 36 ปี ชาว กทม. นายนิพนธ์ แก่นโต อายุ 31 ปี ชาว จ.ลพบุรี และนายกิตติศักดิ์ เอื้อนสุภา อายุ 48 ปี ชาว จ.เพชรบุรี พร้อมของกลางยาบ้า 7 แสนเม็ด ไอซ์ 65 กิโลกรัม รถบรรทุกคันทะเบียน 81-0158 พะเยา คันพ่วง 80-0159 พะเยา 1 คัน รถยนต์อีซูซุ สีขาว ทะเบียน ฆฆ 3147 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน รถยนต์นิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีเทา ทะเบียน 4 กต 4082 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน รถยนต์ฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีน้ำตาล ทะเบียน 5 กผ 2264 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือจำนวน 6 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 337,505,000 บาท โดยจับกุมนายสุพิศได้ที่ด่านตรวจค้นยาเสพติดห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ นายรชวรรษจับกุมได้ที่ทางหลวงสายเอเชียขาล่อง กม.23 จ.พระนครศรีอยุธยา นายนิพนธ์และนายกิตติศักดิ์จับกุมได้ที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงริมถนนสายเอเชียขาล่อง กม.4
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า บช.ปส.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติการยุทธการปราบปรามเครือข่ายนักค้ายาเสพติดนายวิจารณ์ แสนลี่ หรือเล่าต๋า ราชายาเสพติด อดีตกำนัน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มเครือข่ายการค้ายาเสพติดเกรงกลัวการเร่งกวาดล้างของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเร่งระบายยาเสพติดให้กับกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศ ทั้งในพื้นที่ตอนในและปริมณฑล ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายกลุ่มนี้ได้

พล.ต.ต.สมหมายกล่าวว่า เมื่อวันที่ 26-27 พฤศจิกายนต่อเนื่องกันตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด (บก.สกส.บช.ปส.) ร่วมกับ ภ.1, ภ.5, ภ.6 และศูนย์การข่าวยาเสพติดกองทัพภาคที่ 3 ได้จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 4 ราย โดยเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน ตร.บก.สกส.บช.ปส.ได้บรูณาการกำลังร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องติดตามและตรวจสอบรถบรรทุกข้าวสาร คัน 81-0158 พะเยา คันพ่วง 80-0159 พะเยา มีนายสุพิศเป็นผู้ขับขี่ เข้าตรวจค้นที่ด่านตรวจยาเสพติดห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ผลการตรวจค้นพบของกลางยาเสพติดดังกล่าวซุกซ่อนปะปนมาในสินค้าข้าวสารในคันพ่วง 80-0159 พะเยา จึงสอบถามนายสุพิศ คนขับรถให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดมาจากพื้นที่ จ.พะเยา และจะมีการนัดหมายส่งต่อให้กับผู้รับช่วงในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยาในคืนวันเดียวกัน
พล.ต.ต.สมหมายกล่าวต่อว่า ต่อมาตำรวจชุดจับกุมขยายผลจนสามารถจับกุมนายรชวรรษได้ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณทางหลวงสายเอเชียขาล่อง กม.23 ในขณะขับรถยนต์ทะเบียน ฆฆ 3147 กรุงเทพมหานคร มารับยาเสพติดจากรถบรรทุกที่นายสุพิศขับมาส่งต่อให้ตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง และในวันที่ 27 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 14.00 น. นายนิพนธ์ได้ขับรถยนต์ทะเบียน 4 กต 4082 กรุงเทพมหานคร และนายกิตติศักดิ์ได้ขับรถทะเบียน 5 กผ 2264 กรุงเทพมหานคร มารับยาเสพติดของกลางบางส่วนต่อจากนายรชวรรษในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงริมถนนสายเอเชียขาล่อง กม.4 จึงได้จับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ต.สมหมายกล่าวอีกด้วยว่า หลังจากตำรวจได้จับกุมนายเล่าต๋า แสนลี่ พ่อค้ายาเสพติดรายสำคัญ ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดทางภาคเหนือเกรงว่าจะถูกจับด้วย จึงต้องรีบระบายยาที่มีให้กับลูกค้า ไม่กล้าเก็บไว้ที่จุดพักยานานนัก และเลือกส่งให้ถึงมือลูกค้า ประกอบกับภายหลังปริมาณความต้องการยาไอซ์มีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากยาไอซ์มีความเข้มข้นและกระตุ้นประสาทมากกว่ายาบ้า เมื่อติดแล้วจะเลิกยากกว่ายาบ้า ทั้งนี้จากแนวทางการสืบสวนพบว่าอาจจะมีการนำยาไอซ์มาผสมกับสารอื่นๆ ก่อนนำออกสู่ตลาด เพื่อลดต้นทุน ทำให้ราคาต่ำลง จนคนทั่วไปสามารถที่จะซื้อได้และติดได้ง่ายมากขึ้น สำหรับยาไอซ์ล็อตดังกล่าวนั้นน่าจะเตรียมส่งไปยังภาคใต้ เพื่อส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกต่อหนึ่ง ซึ่งพฤติการณ์การลักลอบขนนั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากการขนยาบ้า เพราะมีการดัดแปลงตัวรถในการซุกซ่อนตามปกติ แต่ที่เปลี่ยนไปเป็นเรื่องของจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างน่าตกใจ ซึ่งการเร่งระบายยานั้นเป็นการใช้โอกาสเดียวกับเร่งระบายข้าว จึงต้องประสานขอความร่วมมือจากภูธร เจ้าของพื้นที่ในการตรวจสอบและสังเกตการณ์ เพราะคนในพื้นที่ย่อมมีการข่าวดีกว่า ดังนั้นจะเห็นว่าหลายๆ กรณีเราให้พื้นที่เป็นผู้จับกุมและแถลงข่าว ส่วน บช.ปส.จะช่วยสนับสนุนด้านการข่าวและข้อมูล
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าและไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


