‘ชูวิทย์’ เผยต้นเหตุDSIตบทรัพย์’จีนเทา’ เปิดเอกสาร กงสุลใหญ่นาอูรู ขอความอนุเคราะห์ดีเอสไอ
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) หรือ 191 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ร่วมกับ เข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ซึ่งมีการแอบอ้างว่าเป็นบ้านพักอดีตกงสุลนาอูรูประจำประเทศไทย แต่ภายในกลับมีคนจีนเข้าออกพลุกพล่าน
หลังเข้าตรวจค้นตามหมายค้นของศาลแล้ว พบคนจีน 1 ราย พร้อมเงินสด 2.5 ล้านบาท จึงตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อตรวจสอบ ต่อมามีการร้องเรียนว่ามีเงินสดที่ได้จากการตรวจค้นหายไปจำนวนมากและมีการเรียกรับผลประโยชน์แลกกับการช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในบ้านเพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุม
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดชื่อ ‘ตร.191-DSI’ ตบทรัพย์จีนแก๊งปลอมพาสปอร์ต ‘บิ๊กโจ๊ก’ ลั่นรับไม่ได้ สั่งดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 17 มกราคม นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ต้นเหตุ DSI ตบทรัพย์ “จีนเทา” เรื่องเริ่มจาก วันที่ 9 ธันวาคม 2565
สถานกงสุลใหญ่นาอูรูประจำประเทศไทย ส่งหนังสือให้อธิบดีDSI ช่วยตรวจสอบ “บ้านพัก” ของกงสุลใหญ่เพราะเจ้าของบ้านที่ให้เช่า ร้องเรียนมาที่สถานกงสุลว่า “มีรถเข้าออกมาก และเป็นคนจีนเข้าออกถึงตี 3 ตี 4 รบกวนผู้พักอาศัยข้างเคียงเดือดร้อน” สถานกงสุลใหญ่นาอูรูจึงตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว พบว่าไม่ใช่บ้านกงสุลใหญ่ของนาอูรูจริง
แต่กลับเป็นของพวกจีนเทา ดูเอาแล้วกันพวกนี้ทำกันยังไง?
1. จีนเทาใช้รถตู้ โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน ก-59 1005 กทม. เป็นป้ายสีฟ้า ตัวอักษรสีขาวแต่ความเป็นจริง รถประจำตำแหน่งของกงสุลใหญ่นาอูรู เป็นยี่ห้อ โตโยต้า เอสติมา แอล สีดำ ทะเบียนเดียวกันเป๊ะ พวกจีนเทาปลอมถึงขนาดป้ายทะเบียน แล้วไปแปะบนรถตู้อัลพาร์ดแทน
2. ตราประทับของสถานกงสุลนาอูรูบนสัญญาเช่าบ้าน ตรวจสอบแล้วไม่มีบันทึกรายงานการนำตราประทับไปใช้จีนเทาทำได้อยู่แล้ว แม้แต่ปลอมตราประทับของสถานกงสุล
3. ลายเซ็นบนสัญญาเช่าบ้าน เป็นการปลอมลายเซ็นของกงสุลใหญ่ที่ย้ายออกจากตำแหน่งไปแล้ว ดังนั้น ต้องทราบว่าสถานกงสุลใหญ่ขอให้อธิบดีDSI ช่วยตรวจสอบบ้านหลังนี้ ว่ามีใครมาสวมรอยเช่า? แต่เจ้าหน้าที่DSI ชุดปฎิบัติการ ดันทำตัว “นอกคอก” เสียเอง เห็นเงินแล้วตาลุกวาว
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า พวกจีนเทาอ้างไปหมด ปลอมได้ทุกอย่าง และพร้อมยอมจ่ายเต็มที่เพื่อหลุดรอดคดี
ท่านอธิบดี DSI จึงไม่ทราบว่า ลับหลังท่าน เจ้าหน้าที่ DSI ไปร่วมมือกับตำรวจ 191 ตีกินเสียอิ่ม โดยที่ท่านไม่รู้เรื่อง เหมือนส่งอ้อยเข้าปากช้างแท้ๆ

