รวบแก๊งกันน็อกแดงเขียว ตระเวนลักจยย.ทั่วกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ส่งเอเยนต์ออกนอก

18.01.23 | 11:03 น.

รวบแก๊งกันน็อกแดงเขียว ตระเวนลักจยย.ทั่วกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ส่งเอเยนต์ออกนอก

เมื่อวันที่ 18 มกราคม พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.พิสิทธิ์ เตชะ สว.กก.1 บก.สส.บช.น. และ ด.ต.อุทัย กิ่งแก้ว ผบ.หมู่ กก.สส.1 ชุดลาดตระเวนออนไลน์ ลงพื้นที่สืบสวน หาข่าวกลุ่มคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์(จยย.)ออกก่อเหตุลักทรัพย์รถจยย. ต่อมาชุดสืบสวนลาดตระเวนออนไลน์พบเบาะแสคนร้ายที่ก่อเหตุมักจะใส่หมวกกันน็อกสีเขียวและสีแดงออกตระเวนก่อเหตุจึงพบและจับกุมตัวไว้สอบสวน


ทราบชื่อ นายเจษฏาพร หรือบอล ไพรเวหา อายุ 20 ปี นายธรรมนูญ หรือแบงค์ เลิศชัย อายุ 20 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี และนายพจน์ รุ่งแสง อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 121 ม.8 ต.ธงชัยเหนืออ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา โดยกล่าวหาผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกในการกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป เพื่อให้พ้นการจับกุม” พร้อมกล่าวหาผู้ต้องหาที่ 3 ว่า รับของโจร

พร้อมยึดของกลาง 1. รถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ 2 คัน 2. รถจักรยานยนต์ที่ลักมา 2 คัน 3. รถจักรยานยนต์ 6 คัน ตรวจสอบพบว่าแจ้งหายในพื้นที่ กรุงเทพฯ 3. เสื้อผ้า หมวกกันน็อค 4.อุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุรวมทั้งสิ้นกว่า 25 รายการ โดยจับกุมได้ที่ห้องพักเลขที่ 306 , 309 บ้านเลขที่ 29/44 แขวงคูคต อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่าสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับว่า ร่วมกันก่อเหตุตระเวนลักรถจยย.จอดในพื้นที่เปลี่ยว ปลอดคน และตามบ้านพักในพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑลรวมกว่า 14 คัน โดยก่อนออกก่อเหตุ นายเจษฏาพร จะให้หมวกกันน็อคสีเขียว นายธรรมนูญ จะใส่หมวกกันน็อกสีแดง เสริมความโชคดี ซึ่งรอดพ้นจากการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาโดยตลอด ซึ่งทั้งสองจะแบ่งหน้าที่กันทำ โดย นายเจษฏาพร ทำหน้าที่คนขับรถตระเวนหาเหยื่อและรถ ส่วนนายธรรมนูญ ทำหน้าที่ลักรถจยย.ออกนอกพื้นที่และทำการต่อสายตรง

Advertisement

ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่าจากนั้นทั้งสองจะขับรถจยย.มาซุกซ่อนและขายต่อให้ลูกค้าประจำในพื้นที่ จ.นครราชสีมา โดยผู้ต้องหาจะรับจากการขายรถจยย.คันละ 10,000 – 17,000 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพรถและการตกลงกับลูกค้า แต่สุดท้าย ดวงโจรตก ถูกจับกุม นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่ 3 ถึงกลุ่มผู้ร่วมขบวนการบรรทุกรถจักรยานยนต์ที่ลักมาขึ้นรถบรรทุกตู้จะนำไปส่งให้ผู้จ้างวานในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพื่อส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้รับค่าจ้างในการขนส่งคันละ 1,000 บาท โดยตรวยยึดรถจยย.ได้เพิ่มเติมอีก 6 คัน ตรวจสอบพบว่าแจ้งหายในพื้นที่ กทม.ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งดำเนินการสืบสวนและติดตามกลุ่มผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่าจากการขยายผลตอนนี้พบพยานหลักฐานสำคัญหลายรายการ ซึ่งเราจะมีการขยายผลดำเนินคดีทั้งขบวนการจนถึงที่สุด เพื่อตัดวงจรขบวนการส่งรถออกนอกประเทศนี้ ซึ่งจากข้อมูลที่ บก.สส.บช.น. รวบรวมจากการก่อเหตุลักษณะนี้จะพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุจะมีการคัดเลือกรถตลาดที่นิยมใช้กันโดยทั่วไป เพราะขายได้ราคาและลักได้ง่าย และจะนำขายต่อให้กับกลุ่มรับซื้อ ก่อนขนส่งออกนอกประเทศทางช่องทางธรรมชาติ โดยกระบวนการทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 วัน

“ขอแนะนำประชาชนหากเป็นไปได้ ให้จอดรถในที่ที่ปลอดภัย และควรเพิ่มมาตรการป้องกันเช่น ล็อคคอรถ การใช้กุญแจล็อคดิสเบรค หรืออาจเป็นอุปกรณ์ล็อคล้อ เป็นต้น และขอฝากว่าหากพบเบาะแสของกลุ่มมิจฉาชีพลักษณะนี้ สามารถแจ้งเข้ามาที่เพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะไม่เป็นคดีอุกฉกรรจ์แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าว”