ตร.สอบ 6 ชั่วโมง “บอล กฤษณะ” ยอมรับเห็นเหตุการณ์ ตื้บ”ลูกนายพล” แต่ไม่ได้ห้ามปราม

29.11.16 | 19:18 น.

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าสอบปากคำนายกฤษณะ อมิตรสูญ หรือบอล แฟนหนุ่ม อุ้ม ลักขณา ดารานักแสดง คดีการ์ดมาลินสกาย ทำร้ายร่างกายนาย อิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ บุตรชาย พล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 จ.น่าน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลลานนา นานกว่า 6 ชั่วโมง ว่า การสอบสวนคืบหน้าไปพอสมควร ส่วนนายกฤษณะที่เรียกมาสอบสวน ในฐานะผู้ให้ถ้อยคำ ถ้าพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานไปถึงผู้ใด ก็ดำเนินการจับกุมดำเนินคดีตามกฏหมาย

“การสอบปากคำนายกฤษณะ ผู้ให้ถ้อยคำ ยังไม่รับเต็ม ๆ เพียงบอกว่าอยู่ในที่เกิดเหตุ และเห็นเหตุการณ์ แต่ไม่ได้ห้ามปราม ส่วนประเด็น เป็นผู้บงการการ์ด สั่งทำร้ายผู้เสียหายเขาแบ่งรับแบ่งสู้ แต่คดีดังกล่าวให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ไม่ต้องห่วง ส่วนข่าวเป็นผู้มีอิทธิพลนั้น ไม่เป็นความจริง ขณะนี้เจ้าหน้าที่สอบปากคำนายกฤษณะ อยู่ ใช้ศิลปะสอบสวนสืบสวน พร้อมหาพยานหลักฐานเบาะแสทุกวิถีทาง ซึ่งนายกฤษณะ ปฏิเสธไม่ใช่เจ้าของมาลินสกาย เป็นของคนชื่อหนุ่ม เป็นเพื่อน คนรู้จักกัน แต่บอกว่าเป็นผู้บริหารโครงการเชียงใหม่คอมเพล็กซ์ ซึ่งครอบคลุมมาลินสกาย ถ้านายบอล รับสารภาพสั่งการด์ทำร้ายผู้เสียหาย หรือผู้เสียหายให้การว่าเห็น หรือชี้ตัวผู้สั่งการ จะสั่งจับกุมดำเนินคดีทันที ขณะนี้ยังไม่ ได้ตั้งข้อหากับนายกฤษณะ อย่างใด” พล.ต.ต.พูลทรัพย์ กล่าว

พล.ต.ต.พูลทรัพย์ กล่าวต่อว่า ส่วนผู้บาดเจ็บ หรือผู้เสียหาย พนักงานสอบสวนได้ไปสอบปากคำที่โรงพยาบาลลานนาแล้ว ซึ่งคดีทำร้ายร่างกาย เป็นคดีความผิดต่อแผ่นดินอยู่แล้ว เจ้าหน้าทีต้องดำเนินคดี ถ้าเป็นคนผิดจริง ส่วนกล้องวงจรปิด ถูกถอดเซิร์ฟเวอร์ไปตั้งแต่ปิดกิจการที่ชั้น 4 มานานแล้ว ขณะนี้หลักฐานดังกล่าวอยู่ที่กองพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ยังมีกล้องที่อยู่ข้างล่างร้านดังกล่าว ที่สามารถใช้งานได้อยู่ ไม่ใช่กล้องที่เกิดเหตุ แต่เป็นกล้องพยานแวดล้อมว่าใครเข้ามายังไง ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามนักศึกษา ที่ช่วยผู้เสียหายออกจากที่เกิดเหตุ เพื่อมาเป็นพยาน และประกอบสำนวนคดีดังกล่าว พยานที่ให้เข้าปากคำไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุ้มครองความปลอดภัย

“กลุ่มผู้ต้องหาดูแล ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลเลย ที่คิดว่าเป็นผู้มีอิทธิพล เพราะเคยถู ดำเนินคดีฐานเปิดสถานบริการไม่ได้รับอนุญาต แต่มาเปิดกิจการภายหลังอีก ซึ่งบางคดีจบไปแล้ว บางคดีถูกปรับและปิดแล้ว บางคดีอยู่ในชั้นศาล ยืนยันไม่ ใช่ผู้มีอิทธิพลใด ๆ เป็นคนค้าขายธรรมดา ส่วนผู้เผยแพร่ข้อมูลทางคลิปผ่านโซ ซียลมีเดีย ขอมาให้ปากคำเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าคดีดังกล่าวใช้เวลาไม่มาก เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้งหมด” พล.ต.ต.พูลทรัพย์ กล่าว