ทหารลาดตระเวน เจอเต็นท์กองกำลังติดอาวุธ 10 คน เกิดปะทะนานนับชั่วโมง พบคนร้ายดับ 3 ราย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 ม.ค. 66 พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล รอง ผบช.ภ.9 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.อ.สิทธิชัย บำรุงเขต ผบ.นปพ.ร่วม จ.นราธิวาส ได้ร่วมสนธิกำลังกับ พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ ผกก.สืบสวนกองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ทหารพราน กรมทหารพรานที่ 49 และ 45 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคดีความมั่นคง จชต. ได้ร่วมสนธิกำลัง 4 ชุดปฏิบัติการ ได้บังคับใช้กฎหมายกับกองกำลังติดอาวุธที่เคลื่อนไหวอยู่บนเทือกเขาเมาะแต หลังหมู่บ้านดาฮง ม.4 ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส
หลังสืบทราบกองกำลังติดอาวุธใช้พื้นที่เทือกเขาดังกล่าว สร้างเป็นแหล่งพักพิงเพื่อเคลื่อนไหวก่อเหตุร้าย
จากการเดินลาดตระเวนจากหมู่บ้าน ลัดเลาะไปตามแหล่งน้ำและป่าเขาที่สูงชัน ประมาณ 5 ก.ม. พบกองกำลังติดอาวุธ จำนวน 10 คน ที่แยกย้ายกันพักอาศัยอยู่ในเต็นท์เพิงพักชั่วคราว จำนวน 10 หลัง ซึ่งแยกเป็นห้องครัว 1 หลัง ซึ่งตั้งอยู่บนเนินดินและโขดหิน ซึ่งมีทางน้ำไหลอยู่รอบข้างเจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังกันโอบล้อมเป้าหมาย พร้อมทั้งได้ตะโกนให้กองกำลังติดอาวุธทำการมอบตัวแต่โดยดี กลับถูกฝ่ายกองกำลังติดอาวุธใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ นาน 1 ชั่วโมง ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องผ่านมา
และเมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่ได้ใช้ความระมัดระวังในการเคลียร์พื้นที่ พบว่า กองกำลังติดอาวุธถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฯเสียชีวิต 3 ราย คือ 1.นายอับดุลนาเซ อาแว 41 ปี บ้านเลขที่ 43/1 ม.4 ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เป็นสมาชิกระดับปฏิบัติการ มีหมายจับ ป.วิ อาญา 5 หมาย 2. นายไพศาล ซาเงาะ มีหมายจับ ป.วิ อาญา 1 หมาย และ 3.นายตูรมีซี เย็ง มีหมายจับ ป.วิ อาญา 1 หมาย พร้อมทั้งได้ตรวจยึดอาวุธปืนจำนวนหนึ่ง และอุปกรณ์ที่ใช้ยังชีพในป่า รวมทั้งเสื้อผ้า
ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังแพทย์ อัยการ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ไปทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลศรีสาคร
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังประชาชนที่อาศัยอยู่ในละแวกหมู่บ้านดังกล่าวทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้รวมตัวกันเดินทางมากดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ทำงานล่าช้า จะรีบรับศพผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาที่กำหนดไว้ภายในเวลา 24 ช.ม. แต่เจ้าหน้าที่ได้ทำการประชาสัมพันธ์ถึงขั้นตอนต่างๆ ก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตเคลื่อนย้ายลงมาจากภูเขาได้


