ศาลนัดสอบปากคำคดี “พุทธะอิสระ” ฟ้องเจ้าคุณประสาร-พวก หมิ่นประมาท 27 มี.ค.60

30.11.16 | 16:33 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 30 พฤศจิกายน ศาลนัดฟังคำสั่งไต่สวนมูลฟ้อง คดีที่พระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.สามพราน จ.นครปฐม เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พระเมธีธรรมาจารย์ หรือ เจ้าคุณประสาร จันทสาโร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย, นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) พระอธิการฉัตรชัย อธิจิตโต ประธานองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนากลุ่มพระสงฆ์ภาคใต้ และพระปลัดนรุตม์ชัย อภินันโท เลขาธิการองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนากลุ่มพระสงฆ์ภาคใต้ เป็นจำเลยที่ 1 – 4 ในความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309, ความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา มาตรา 328 และความผิดตาม พ.ร.บ. ปกครองสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2535 มาตรา 25 และกฎมหาเถรสมาคม พ.ศ. 2551


จากกรณีเมื่อวันที่ 24 มีนาคม- 5 เมษายน 2559 จำเลยได้ใช้คำพูดกล่าวประกาศจะขับไล่โจทก์ให้ออกจากหมู่สงฆ์ด้วยการประกาศอุกเขปนียกรรม ซึ่งอุกเขปนียกรรม เป็นวิธีการลงโทษกับสงฆ์ผู้ต้องอาบัติที่ไม่ยอมรับอาบัติด้วยการวางเฉย ไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย โดยจำเลยทั้ง 4 ยังชักชวนสั่งการให้ภิกษุที่เป็นเจ้าคณะปกครอง กระทำกรรมที่ละเมิดหลักธรรมวินัย ด้วยการประกาศอุกเขปนียกรรมอันมิชอบต่อโจกท์ ซึ่งละเมิด พ.ร.บ. ปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2521 ว่าด้วยการลงนิคหกรรม

โดยวันนี้ นายธีรยุทธ สุวรรณเกสร ทนายความของพระพุทธะอิสระ โจทก์ และทนายความจำเลยมาศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า โจทก์เบิกความแสดงหลักฐานภาพข่าวที่มีการแนะนำให้คณะสงฆ์ทั่วประเทศทำอุกเขปนียกรรมโจทก์ ซึ่งตามพระวินัย อุกเขปนียกรรม คือ การลงโทษพระภิกษุผู้ต้องหาอาบัติแล้วไม่ยอมรับอาบัติ ทำให้บุคคลทั่วไปที่อ่านข้อความอ่านเข้าใจว่าโจทก์เป็นพระประพฤติไม่ชอบ ต้องอาบัติแล้วไม่ยอมรับอาบัติ อันเป็นการกระทบต่อชื่อเสียงและเกียรติคุณของโจทก์ โดยเนื้อหาข่าวระบุชื่อของจำเลยที่ 1,2 และ 4 เป็นผู้ให้ข้อมูล โดยโจทก์ยืนยัว่าจำเลยที่ 4 ให้ข้อมูลในฐานะเลขาธิการองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนากลุ่มพระสงฆ์ภาคใต้โดยมีจำเลยที่ 3 เป็นประธานองค์กรดังกล่าว ซึ่งพยานหลักฐานตามทางไต่สวนของโจทก์มีมูลพอที่จะประทับฟ้องไว้พิจารณาในฐานความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

ส่วนที่โจทก์ฟ้องในความผิดฐานข่มขืนใจให้จำยอมต่อสิ่งใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 นั้น ไม่ปรากฏจากทางไต่สวนของโจทก์ว่ากระทำตามฟ้องจำเลยทั้งสี่ที่แนะนำให้คณะสงฆ์ทั่วประเทศรวมถึงพุทธศาสนิกชนแจ้งความร้องทุกข์เป็นการข่มขืนใจให้โจทก์ต้องจำยอมต่อสิ่งใดอย่างไร ทั้งการแจ้งความร้องทุกข์เป็นสิทธิของบุคคลที่กระทำได้ หากบุคคลใดเห็นว่ามีการกระทำผิดอาญาเกิดขึ้น จึงยกฟ้องจำเลยทั้งสี่ฐานร่วมกันข่มขืนใจให้จำยอมต่อสิ่งใด ประทับฟ้องของโจทก์เฉพาะความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และนัดสอบตรวจพยานหลักฐาน สอบคำให้การและกำหนดวันนัดสืบพยานในวันที่ 27 มีนาคม 2560 เวลา 09.00 น.

Advertisement