หมายเหตุ – พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) หรือ น.1 คีย์แมนทำคดีต่างๆ โดยเฉพาะ “ผับจินหลิง” โดยมี ตู้ห่าว นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ เป็นผู้ต้องหาสำคัญ “มติชน” ได้จับเข่าคุยเจ้าตัวเกี่ยวกับคดีนี้และการทำงานในฐานะแม่ทัพนครบาล
●กระแสกดดันจากให้เด้ง ผบช.น.พ้นตำแหน่ง รู้สึกอย่างไร
ผมมาทำงานหน้าที่นี้ ด้วยผู้บังคับบัญชามอบหมายมาให้ทำงาน แต่ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่า ไม่เหมาะสมต้องเปลี่ยน หรือเห็นว่าทำอะไรไม่ถูกต้องอยู่ที่ดุลพินิจผู้บังคับบัญชา ผมตั้งใจทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด ในวันที่ยังมีโอกาส ถ้ายังมีเวลาทำก็ทำให้ดี
●หมดตู้ห่าวแล้ว มีนักธุรกิจจีนเทาอื่นขึ้นมาแทนอีก รับมืออย่างไร
ถ้ายังมีคนพวกนี้อยู่ เชื่อว่าชาวบ้านอยู่ไม่เป็นสุข อาชญากรรมพื้นฐานคดีแบบตู้ห่าว ไม่ควรเกิดขึ้นโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศ เรื่องนี้ไม่ควรมี แต่ถ้ายังมีต้องทำให้มันหมดไปอาชญากรรมคดีแบบตู้ห่าว ถือเป็นกลุ่มองค์กรอาชญากรรม มีทั้งยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล ดังนั้นไม่ว่าพื้นที่ไหน ถ้ามีคดีแบบนี้ ตำรวจอยู่ไม่ได้
●มีความขัดแย้งกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้ติดตามตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์การทำคดีตู้ห่าว โดยกดดันนายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร.ให้ย้าย ผบช.น.พ้นตำแหน่ง มาก่อนหรือไม่
ผมไม่เคยรู้จักเขามาก่อน และไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไรกับใครในเรื่องการทำงาน เพราะผมตั้งใจทำงานนี้ให้ดีที่สุด
●ระหว่างทำคดีลำบากใจไหม มีคนตั้งโต๊ะแถลง ตรวจสอบ ชี้นำการทำคดี
ผมให้ความสำคัญกับเนื้องาน บางคนมีมุมมองและทัศนคติแบบหนึ่ง แล้วเรามีทัศนคติแบบนี้ ก็ไม่มีประโยชน์ในการอธิบาย ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับสังคมและประชาชน อยากทำตรงนี้ให้ดี แล้วรอผลจากการกระทำดีกว่า หลายเรื่องไม่เป็นความจริง เช่น การทำคดีหลงจู๊ สมชาย ขณะนั้นผมไม่ได้เป็น ผบช.ภ.2 ดังนั้น จึงเป็นการพูดเลื่อนลอย เพื่อให้มองว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ทำให้สังคมไขว้เขว แต่จะออกมาโต้ตอบ คงไม่ใช่ ผมรับฟังข้อมูลข่าวสารรอบด้านที่เป็นประโยชน์ แต่ถ้าไม่เป็นประโยชน์ บั่นทอนทีมงาน ผมบอกว่า อย่าไปฟัง วันที่ศาลเริ่มสืบพยาน ไต่สวนพิจารณาคดี ความกดดันจะกลับไปอยู่ที่กลุ่มผู้ต้องหา และอยู่ที่คนแสดงความคิดเห็น ผมเชื่อว่าคนที่อยู่เงียบๆ ไม่พูด ไม่ใช่เขาไม่รู้ เขารอวันที่มีคำพิพากษา
●ระหว่างทำคดีตู้ห่าว มีใครมาขอหรือไม่ เพราะ ผบช.น. กิตติศัพท์เป็นคนตรงไปตรงมา
ต้องขอเรียนว่า คณะพนักงานสอบสวนที่ท่าน ผบ.ตร.แต่งตั้ง ร่วมสอบสวนกับคณะอัยการที่ท่านอัยการสูงสุดคัดเลือกมา มีคุณสมบัติและประวัติการทำงานแบบตรงไปตรงมา อันนี้อาจจะเป็นเหตุปัจจัยทำให้บุคคล หรือกลุ่มบุคคล พยายามจะใช้อิทธิพลทั้งทางการเงิน หรือด้านอื่น มาเบี่ยงเบนการทำงาน ไม่สามารถทำได้ แต่ก็ยังมีบุคคลบางกลุ่ม บางพวก ใช้ความพยายามในการสร้างกระแส ลดความน่าเชื่อถือของคณะพนักงานสอบสวนมาโดยตลอด ทำให้การดำเนินคดีมีอุปสรรคบ้าง เพราะไม่ต้องการให้คดีเสร็จสิ้นแบบสมบูรณ์ ต้องยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้การทำงานช้าลงในบางช่วง แต่ก็สามารถรวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปได้เรียบร้อย สามารถสรุปสำนวนมีความเห็นเสนอให้ท่านอัยการสูงสุด มีความเห็นสั่งฟ้องได้ตามกำหนดเวลา
●การข่าวผับจินหลิงได้มาหลังนั่ง ผบช.น. แล้ว 26 ตุลาคม ถึงเข้าบุกตรวจค้นใช่หรือไม่
สืบเนื่องมาจากการข่าว และคดีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มีคนตายจากการเสพยาเสพติด แล้วมีการเผาทำลายพยานหลักฐาน เหตุเกิดที่ท็อปวัน พื้นที่ สน.สุทธิสาร ไปส่ง รพ.พื้นที่มักกะสัน แล้วไปลักทรัพย์สินผู้ตายในพื้นที่ สน.ลุมพินี จากนั้นเอามาเผาทำลายหลักฐาน จึงให้ ผบก.สส.บช.น.มีการตรวจสอบและสืบสวน จนเป็นที่มาของคดีนี้
●ในฐานะผู้บังคับบัญชาเจอลูกน้องนอกรีต จัดการอย่างไร
ต้องลงโทษ คนดีต้องได้รับการสนับสนุน คนผิดต้องถูกลงโทษ ไม่งั้นสังคมอยู่ไม่ได้ ถ้าเราลงโทษคนอื่น แต่คนของเราผิด (เจ้าหน้าที่ตำรวจ) แล้วไม่ลงโทษ ก็ไม่สามารถลงโทษคนอื่นได้ ในเมื่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกระทำผิดเสียเอง หน้าที่ของผู้บังคับบัญชาต้องทำให้ความผิดนั้นให้ได้รับการลงโทษจริง ไม่ใช่หลีกเลี่ยง ต้องทำให้เป็นตัวอย่างว่าต่อไปต้องไม่ทำตามนี้ ไม่อย่างนั้นคนดีๆ โดนกลืน หรือไม่ก็ลาออก หรือวางเฉย ไม่ให้ความร่วมมือ หรือกลายพันธุ์เป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย
●ทำคดีผับจินหลิง ได้อุทาหรณ์เกี่ยวกับลูกน้องอย่างไรบ้าง
ทุกสังคมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ในเหตุการณ์เดียวกันเห็นว่าคนตั้งใจทำงานก็ทำ คนที่ยังเห็นแก่ผลประโยชน์ คนที่ละเว้น และทำตัวช่วยเหลือผู้ต้องหา หรือทำให้การสืบสวนคดีมีปัญหา ก็มีกลุ่มคนหลายๆ คนที่ทำให้เห็นว่า ผลประโยชน์สามารถแลกความถูกต้องได้
●สำหรับนักธุรกิจสีเทาเมืองกรุงจะเป็นอย่างไร เมื่อเจอ ผบช.น.สไตล์นี้
ถ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมายไม่ว่าภาคไหนของประเทศก็ไม่ควรมี ถ้าถามผมว่า ธุรกิจพวกนี้ท่านจะอนุโลมอะไรได้บ้าง บอกเลยว่าอนุโลมไม่ได้ มันผิดกฎหมาย เจอเมื่อไหร่ก็จับกุมดำเนินคดี แต่ถ้ามีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องก็ต้องว่าไปตามกติกา ผิดก็ว่าไปตามผิด ปล่อยปละละเลยไหม ละเว้นไหม เป็นหูเป็นตาไหม ร่วมมือกับเขาไหม หรือเป็นเจ้าของเอง ถ้าอย่างนี้ต้องรับบทลงโทษหนักเลย
●นโยบายให้ไว้ตอนรับตำแหน่ง ผบช.น. เช่น สายตรวจต้องไปถึงที่เกิดเหตุไว สอบผ่านหรือไม่
3 เดือนแรกสอบไม่ผ่าน เพราะมีปัจจัยแทรกซ้อน ทั้งการประชุมเอเปค จนถึงปลายพฤศจิกายน 2565 และเร่งคดีสำคัญที่เป็นประเด็น ต้องทำให้สังคมเห็น แต่ไตรมาสต่อไปหลังการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจประจำปี โหมดต้องปรับเปลี่ยน ประเมินผลโดยการสร้างระบบศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ขึ้นมา เพื่อเป็นตัวช่วยในการทำงาน แจ้งเหตุใด เวลาเท่าไหร่ พื้นที่ไหน แล้วไปตรวจสอบที่โรงพัก ร้อยเวรมีรับแจ้งคดีไหม เช่น มีแจ้งเหตุคดีลักขโมย ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 มีประโยชน์ ผกก.ต้องใช้เป็นเครื่องมือให้เป็นในการขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ของตนเอง
●โรงพักไม่รับคดี ถึงขนาดผู้บังคับบัญชาต้องโทรไป มีบ้างหรือไม่
มีบ้าง ตรวจพบต้องมีบทลงโทษพิจารณาบกพร่อง พนักงานสอบสวนเป็นสายงานทำงานหนัก ได้สิทธิประโยชน์ การสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ น้อย แต่ไม่ใช่ว่าอยู่ในตำแหน่งนี้แล้วทำงานไม่ได้ ตำรวจอยู่ในตำแหน่งไหน สามารถเป็นตำรวจที่ดีได้ทุกตำแหน่ง ทำหน้าที่ที่ตนเองเป็นให้ดีที่สุด ไม่ต้องให้ผู้เสียหายร้องขอ ทุกวันนี้ต้องให้เขาร้องขอ แล้วปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย ตัวอย่างเช่น ผู้เสียหายแจ้งว่า ให้ผมไปพบเมื่อไหร่ครับ พนักงานสอบสวนบอก พรุ่งนี้ไม่ได้เข้าเวร ให้มาพบวันเข้าเวร สิ่งที่ควรจะเป็นคือ ต้องเอาผู้เสียหายเป็นตัวตั้ง ต้องถามว่า ผู้เสียหายสะดวกเมื่อไหร่ ผมสามารถปรับเวลาผมได้ แค่ปรับวิธีคิดและคำพูดก็จะรู้สึกดีขึ้น
●ผบช.น.เคยให้นโยบายเน้นคดีล่วงละเมิดทางเพศกับคดีเด็ก
เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องเด็กและสตรีเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อภาคสังคมและผู้ถูกกระทำ ผู้ต้องหาจับได้ อาจถูกศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี 10 ปี แต่คนถูกกระทำไม่ลืม สมมุติอายุ 13 ปี อายุ 70 ปี ก็ไม่ลืม ลงโทษคนกระทำผิดไปแล้ว แต่คนถูกกระทำเหมือนตกนรก เวลาเกิดไม่ได้เกิดเฉพาะตัวเขา ถ้าเป็นลูกโดนกระทำ พ่อแม่เจ็บกว่า ญาติพี่น้องสังคมรอบข้าง ต้องอับอายโดยไม่ได้เป็นผู้ก่อ เกิดผลกระทบกับคนรอบข้าง
●ต้องขันนอตหัวหน้าสถานีอีกหรือไม่
คนทำดีและตั้งใจทำงานไม่ต้องกลัว แต่คนไม่ทำต้องรีบปรับบริบทการทำงาน ไม่งั้นเป็นปัญหาในอนาคต อยากทำโรงพักต้นแบบ อยากทำเมล็ดพันธุ์ที่ดี อยากสร้างเส้นทางที่ดีให้ตำรวจรุ่นหลังเดิน ถ้าโตมาจากการทำงานแล้ว โตขึ้นไป เขาจะแข็งแรง และจะปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาได้
●เคยให้นโยบายว่างานสอบสวน คือ กระดูกสันหลัง แสดงว่าให้ความสำคัญ ในฐานะผู้บังคับบัญชาจะสนับสนุนงานนี้อย่างไร
เคยพูดไว้กับผู้ปฏิบัติงานร่วมกันหลายช่วงที่ผ่านมา จะพูดเสมอว่างานสอบสวน คือ กระดูกสันหลังของงาน
อื่นๆ เป็นหลักประกันให้กับทุกๆ หน้างาน เพราะงานของตำรวจจะต้องมีปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นงาน
จราจร หรืองานสายตรวจ งานด้านความมั่นคง การชุมนุมต่างๆ จะมีประเด็นทางข้อกฎหมายและเป็นคดีความต้องฟ้องร้องกันอยู่ตลอด งานสอบสวนจึงสำคัญเกี่ยวข้องกับทุกๆ งาน เหมือนกับกระดูกสันหลังของคนเรา อีกอย่างมองว่างานสอบสวนเป็นงานสะท้อนภาพออกมาได้ทั้งบวกและลบ อยู่ที่ผู้ปฏิบัติจะมีความอยากจะช่วยเหลือคนอื่นหรือไม่ เพราะสิ่งสะท้อนกลับมา ไม่ว่าบวกหรือลบอยู่ที่การปฏิบัติของพนักงานสอบสวน หากจัดลำดับความสำคัญ ก็จะให้ความสำคัญในการสนับสนุนงานสอบสวนของสถานีเป็นลำดับต้นๆ
●คดีที่ทำแล้วชอบ ท้าทายความสามารถสำเร็จภูมิใจคือ คดีอะไร
ไม่มีคดีที่ทำแล้วชอบเลย เพราะการเกิดเป็นคดีจะต้องมีความสูญเสีย ไม่สูญเสียทรัพย์สิน ก็บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต แต่จะรู้สึกดี ถ้ามีการจับกุมคนร้ายได้ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้จับกุมก็ตาม ยิ่งเป็นคดีกระทำต่อเด็ก หรือผู้หญิง จะรู้สึกเหมือนผู้ถูกกระทำได้รับการเยียวยา ตอนเหตุเกิด เราอาจจะห้ามไม่ได้ แต่เมื่อเกิดแล้ว อย่างน้อยที่สุด ก็ควรจะต้องจับกุมคนร้ายมาลงโทษให้ได้
●คติในการทำงานคืออะไร
ทำในสิ่งที่ถูกต้องดีที่สุด ถ้าทำอะไรผิดแล้วไม่สามารถกลับมาแก้ไขอะไรได้ วันแรกที่ตัดสินใจลงมือทำแล้ว ถ้าทำในสิ่งไม่ถูกต้องเหมือนกลัดกระดุมเม็ดแรกผิด กลับมาแก้ยาก เหมือนลิงแก้แห ที่น่ารังเกียจที่สุด คือ พวกกลับดำให้เป็นขาว

