191 รวบเครือข่ายนักศึกษารับจ้างยานรกยึดยาคีตามีน ปืนกลสงคราม สารภาพนำเงินไปแต่งรถ เที่ยวเตร่
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผู้บังคับการกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(ผบก.สปพ.) พ.ต.อ.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.โชติช่วง รัศมี พ.ต.ท.คงศักดิ์ ศรีโหร รอง ผกก.สายตรวจ และ พ.ต.ท.ไพบูลย์ สอโส สว.งานสายตรวจ1 ร่วมกันจับกุม นายนฤพน หรือนุ อายุ 32 ปี และนายวุฒิเมศร์ หรือเสือ อายุ 25 ปี และ น.ส.นิชนันท์ หรือเป้ อายุ 25 ปี
ได้ที่บริเวณกลางซอยกำนันมนัส หมู่ 3 ต.คูคต อ.ลำลูกกา ต่อเนื่องภายในบ้านเลขที่ 71/221 หมู่บ้านคัทลียาวิลล์ หมู่ 7 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมของกลาง ยาคีตามีน น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม และ อาวุธปืนกลมือ พร้อมแม็กกาซีนบรรจุกระสุนจำนวน 1 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุนปืน, รถยนต์จำนวน 2 คัน, โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง (รวมมูลค่ายาเสพติดของกลาง 9,000,000บาท)

พล.ต.ต.ภานพ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.วสันต์ พร้อมตำรวจ กก.สายตรวจ บก.สปพ. สืบสวนเครือพบข่ายยาเสพติดหลังทราบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวกันอยู่บริเวณคาร์แคร์แห่งหนึ่ง ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี และพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายมักจะใช้รถยนต์จำนวน 2 คัน ไปรับยาเสพติดจากพื้นที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จากนั้นจะนำยาเสพติดมาซุกซ่อนไว้ที่บ้านพักย่านคลอง 4 เพื่อรอส่งให้กับลูกค้าบริเวณย่านลำลูกกาและในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จึงเฝ้าติดตาม
ต่อมาพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รับยาเสพติดและนำมาแบ่งกันภายในซอยร้านคาร์แคร์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อตรวจค้น พบกระสอบภายในบรรจุยาเสพติดอยู่บริเวณท้ายรถยนต์กระบะ ก่อนพาไปตรวจคนที่บ้านพักในหมู่บ้าน ย่านลำลูกกา เนื่องจากทราบว่า นายนฤพน ใช้เป็นที่ซุกซ่อนเก็บยาเสพติด พบอาวุธปืนกล ของกลาง จำนวน 1 กระบอกพร้อมบรรจุกระสุน 37 นัด
พล.ต.ต.ภานพ กล่าวว่า สอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า มีคนไทยที่อยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเป็นผู้สั่งการ ผ่านทางแอพพลิชั่นไลน์เพื่อให้นำยาเสพติดไปจำหน่ายให้ลูกค้า โดยรับค่าจ้างเดือนละ 30,000 บาท นอกจากนี้พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาส่วนใหญ่ยังศึกษาอยู่ในชั้นปริญญาตรี และบางรายเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของมหาวิทยาลัย แต่มารับจ้างขนยาเสพติด เพื่อนำรายได้ไปใช้จ่ายในการแต่งรถและไปเที่ยวเตร่
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ นายนฤพน อีก 1 ข้อหา“มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และมีเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


