ตำรวจภูเก็ต แจงเหตุนักท่องเที่ยวจีนซื้อทัวร์ แต่โดนเบี้ยว ชี้เป็นการสื่อสารผิดพลาด จนเกิดทำร้ายร่างกายกัน
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ชี้แจง กรณีเพจกระบี่ทีวีออนไลน์ได้โพสต์ข้อความ “ครอบครัวนักท่องเที่ยวจีนแฉซื้อทัวร์ที่หาดกะตะจะไปสิมิลัน โดนเบี้ยว เมื่อทวงถามกลับใช้มีดฟัน หลาบแล้วเมืองไทย”
รายละเอียดมีดังนี้ ก่อนวันที่จะเกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวจีนได้เข้าไปติดต่อสอบถามกับเคาน์เตอร์ทัวร์เพื่อขอคืนเงินกรณีที่ไม่ได้ไปท่องเที่ยวตามที่ซื้อทริปไว้ โดยได้มาตกลงกันที่สถานีตำรวจฎธรกะรน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวมาคอยช่วยประสาน ทราบว่าไม่สามารถตกลงกันได้ เคาน์เตอร์ทัวร์ไม่ยอมคืนเงินให้ตามที่นักท่องเที่ยวต้องการ
ต่อมาเช้าวันที่เกิดเหตุนักท่องเที่ยวได้ไปติดตามทวงเงินอีกครั้งที่เคาน์เตอร์ทัวร์และได้มีปากเสียงทะเลาะกัน
โดยนักท่องเที่ยวได้ยืนต่อว่าเจ้าของเคาน์เตอร์ทัวร์ จากนั้น เจ้าของเคาน์เตอร์ทัวร์ได้เดินเข้ามายกเท้าจะถีบ
และใช้อาวุธมีดขึ้นมาฟันบริเวณแขนมีบาดแผลเป็นรอยขีดไม่ฉีกขาด นักท่องเที่ยวจึงเดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรกะรน พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.วิริย์ เป็นลูกจ้างของบริษัทนำเที่ยวชื่อ บลูโอเชี่ยน ทราเวิล โดยมี
น.ส.ศรุตา พวงผกา เป็นผู้ได้รับอนุญาต ตามใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ในวันที่ 29 มกราคม 2566 ผู้เสียหาย นายฟาง ลีชาว (MR.FANG LIQIAO) นักท่องเที่ยวพร้อมภรรยาและลูก ได้เข้ามาซื้อทัวร์เพื่อไปท่องเที่ยวหมู่เกาะสิมิลัน ในวันที่ 31 มกราคม 2566 จำนวน 4 คน ในราคา 9.000 บาท โดยนักท่องเที่ยวชำระไว้ก่อนจำนวน 5,000 บาท โดยนัดหมายให้มารับนักท่องเที่ยวที่โรงแรมประมุขโก
จากนั้นในคืนวันที่ 3 มกราคม 2566 น.ส.วิริ โทรสอบถามให้มาชำระเงิน นักท่องเที่ยวแจ้งว่าขอชำระส่วน
ที่เหลือกับคนขับรถที่มารับในเช้าวันถัดมา (31 มกราคม 2566) และนักท่องเที่ยวได้แจ้งว่าได้ย้ายโรงแรมที่ชนาลัย ฟลอร่า น.ส.วิริย์ จึงได้แจ้งให้คนขับรถไปรับที่โรงแรมชนาลัยฟลอร่า
แต่ต่อมา เมื่อเวลาเช้าของวันที่ 31 มกราคม 2566 เวลาประมาณ 06.00 น. นักท่องเที่ยวโทรมาหา น.ส.วิริย์ แจ้งว่านั่งรออยู่ที่ลอบบี้โรงแรม น.ส.วิริย์ จึงเข้าใจว่า นักท่องเที่ยวรออยู่ที่โรงแรมชนาลัย ฟลอร่า น.ส.วีริย์ จึงได้แจ้งให้คนขับรถที่จะไปรับนักท่องเที่ยวทราบ เพื่อไปรับนักท่องเที่ยวที่โรงแรมชนาลัยฟลอร่า แต่เมื่อคนขับรถไปรับที่ โรงแรมชนาลัย ฟลอร่า ก็ไม่พบนักท่องเที่ยว ซึ่งเกิดจากการผิดพลาดด้านการสื่อสารทำให้นักท่องเที่ยวไม่ได้เดินทางไปท่องเที่ยวดังกล่าว
ต่อมาบ่ายของวันที่ 31 มกราคม 2566 นักท่องเที่ยวได้ติดต่อเพื่อขอรับเงินคืนและได้ประสานตำรวจท่องเที่ยวมาช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยที่สถานีตำรวจภูธรกะรน ผลการพูดคุยไม่สามารถตกลงกันได้ โดยนักท่องเที่ยวขอรับเงินคืนจำนวน 5,000 บาท แต่ผู้ประกอบการไม่สามารถคืนได้เต็มจำนวน เนื่องจากได้ชำระค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานล่วงหน้าแล้วเป็นเงิน 1,600 บาท จึงเสนอชดใช้เงินคืนจำนวน 3,400 บาท แต่นักท่องเที่ยวไม่ยินยอมรับ พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งให้ทั้งสองฝ่ายมาตกลงกันอีกครั้ง
ต่อมาวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 เวลาประมาณ 10.00 น. ขณะที่ น.ส.วิริย์ อยู่ในสำนักงาน นักท่องเที่ยวได้มา
ทวงถามขอคืนเงินทั้งหมดจำนวน 5,000 บาท โดยใช้อารมณ์รุนแรง น.ส.วิริย์ ก็ยืนยันว่าสามารถชำระให้คืนได้เพียง 3,400 บาท นักท่องเที่ยวได้แสดงอาการไม่พอใจใช้มือทุบกระจกสำนักงานและเข้ามาชกต่อย น.ส.วิริย์ จำนวน 2 ครั้ง บริเวณใบหน้าและลำตัว น.ส.วีริย์ จึงได้เดินออกมาด้านนอกสำนักงาน นักท่องเที่ยวได้เดินตามออกมาโวยวายต่อว่าและนักท่องเที่ยวได้ใช้โทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพ ซึ่งปรากฏตามสื่อโซเชียล
จากนั้น คู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้พากันมาที่สถานีตำรวจภูธรกะรน โดยนักท่องเที่ยวได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับ น.ส.วิริย์ โดยพนักงานสอบสวน ได้รับคำร้องทุกข์และได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ น.ส. วิริย์ ผู้ต้องหาทราบ ข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและพกพาอาวุธมีด โดยผู้ต้องหาให้การรับคำสารภาพโดยอ้างเหตุในการป้องกันตัว
พ.ต.อ.คุณเดช ณ หนองคาย ผกก.สภ.กะรน จว.ภูเก็ต กล่าวว่า กรณีเหตุนักท่องเที่ยวจีนเป็นการไปซื้อทัวร์แล้วไม่ได้ไปเที่ยว เป็นความผิดพลาดที่ไปรับนักท่องเที่ยวไม่ทัน ทำให้นักท่องเที่ยวหรือผู้เสียหาย จึงมาคอมเพลนที่ออฟฟิศทัวร์ เกิดการทะเลาะวิวาทกัน และเจ้าหน้าที่ขายทัวร์ให้การว่านักท่องเที่ยวคุกคามเขาทำร้ายร่างกายเขาจึงต้องป้องกันตัว เป็นคำอ้างของเขา และมีภาพตามคลิปออกมา
วันนี้ (6 ก.พ.) จึงเชิญผู้ก่อเหตุที่เป็นคนไทย ให้การยอมรับว่าทำจริงเป็นการป้องกันตัว ได้มีการแจ้งความไว้และปล่อยตัวชั่วคราว มีเจ้าของบริษัทมารับรองและนัดฟ้องศาลในวันพรุ่งนี้
คดีนี้เป็นคดีที่มีผลกระทบต่อภาพพจน์ประเทศไทย ทาง สภ.กะรน, ผกก.ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต, นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวภูเก็ต ร่วมดูแลคดีนี้ เบื้องต้นข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นเกิดจากความเข้าใจผิดการนัดหมายให้บริการกับนักท่องเที่ยว ทำให้เกิดข้อขัดแย้งที่คู่กรณีไปเจรจากันเองและตกลงกันไม่ได้ในเงื่อนไขการท่องเที่ยวและมีเหตุทะเลาะวิวาทกันผู้ต้องหาให้การว่าได้มีการทำร้ายร่างกายกันจริง ทาง สภ.กะรน ได้รับแจ้งและเจรจากันสอบปากคำแล้วนัดหมายมาอีกครั้ง
เนื่องจากนักท่องเที่ยวให้การว่าจะขออยู่ต่อ เพราะพนักงานสอบสวนชี้แจงว่า ถ้านักท่องเที่ยวต้องการดำเนินคดี หรือติดใจสิ่งใดต้องมีการสอบปากคำ ส่งตัวนักท่องเที่ยวไปตรวจ และเชิญตัวนายวิริ ที่ใช้อาวุธมีดทำร้ายให้การว่าทะเลาะวิวาทกันในประเด็นการบริการให้การรับสารภาพ วันนี้มีการแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายและปล่อยตัวชั่วคราวไป และวันพรุ่งนี้จะส่งฟ้องศาล
ทางด้าน ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ได้ประสานสถานทูตจีน ถึงการดำเนินการดูแลนักท่องเที่ยวรายนี้ตั้งแต่การดำเนินคดีและตรวจสอบในเรื่องนี้ให้
ทางด้าน นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยว มัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้เขต 2 กล่าวว่า ผู้ว่าฯภูเก็ต ได้สั่งให้ดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับดำเนินการตามกฎหมายให้ถูกต้องและหากมีข้อติดขัดใด ทางผู้ว่าฯภูเก็ตยินดีสนับสนุนตอนนี้อยู่ระหว่างสอบหาข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทางบริษัทบลูโอเชี่ยนทราเวลมีใบอนุญาตประกอบถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถ้าตรวจสอบแล้วมีการผิดตามระเบียบ หรือข้อกฎหมายใดๆ จะทำตามกฎหมายอาจพักใช้ใบอนุญาต ตอนนี้อยู่ในชั้นสอบสวนข้อเท็จจริง

