ป.ป.ส. ร่วมกับ UNODC เปิดตัวรายงานสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ของภูมิภาค

7.02.23 | 21:42 น.

ป.ป.ส. ร่วมกับ UNODC เปิดตัวรายงานสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ของภูมิภาค

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เป็นประธานในพิธีเปิดตัวรายงาน เรื่อง Precursor Chemical Diversion, Trafficking, and Control Frameworks in Southeast Asia: Developments, Status, and Way Forward ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ โดยมีนายเจเรมี ดักลาส ผู้แทน UNODC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก ร่วมงาน


นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวถึงแนวนโยบายด้านยาเสพติดของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ซึ่งป.ป.ส.ให้ความสำคัญต่อการสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิตยาเสพติดในสามเหลี่ยมทองคำ โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 กระทรวงยุติธรรมได้เสนอแนวทางการควบคุมสารเคมีสำคัญ 3 ชนิด ที่พบสถานการณ์การลักลอบนำไปใช้ในการผลิตยาเสพติด ได้แก่ โซเดียมไซยาไนด์ เบนซิลไซยาไนด์ และเบนซิลคลอไรด์ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และต่อมากรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ออกประกาศระงับการนำเข้าและส่งออกเคมีภัณฑ์ดังกล่าว

Advertisement

“สำนักงาน ป.ป.ส. ยังได้เร่งผลักดันความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ โดยเฉพาะในการประชุมกับ 3 ประเทศ ระหว่างไทย สปป.ลาว และเมียนมา เมื่อเดือนธันวาคม 2565 ภายใต้กรอบแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยฯ ซึ่งได้เห็นชอบร่วมกันให้มีการติดตามควบคุมสารเคมี ทั้ง 3 ชนิดดังกล่าวอย่างเข้มงวดและใกล้ชิด ตรวจสอบการนำเข้า ส่งออก และปริมาณการใช้ตามกฎหมาย ตลอดจนได้เสนอให้จัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงาน หรือ SOP ว่าด้วยการควบคุมไฮดรอกซีลิมีน ที่นำไปใช้ในการผลิตคีตามีน สืบเนื่องจากสถานการณ์การลักลอบผลิตเคตามีนในอนุภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นด้วย”

นอกจากนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังได้เรียกร้องให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติดให้การสนับสนุนงบประมาณในการจัดการและการทำลายยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมถึงการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและงบประมาณสำหรับการสร้างเตาเผาทำลายยาเสพติดและสารตั้งต้นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขอให้สนับสนุนให้เป็นวาระระหว่างประเทศร่วมกันต่อไป

ในส่วนของนายเจเรมี ดักลาส ผู้แทน UNODC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกกล่าวถึงสถานการณ์การลักลอบค้ายาเสพติด ว่ามีความเปลี่ยนแปลงไป โดยกลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ สามารถเข้าถึงและนำสารเคมีไปใช้ในการผลิตยาเสพติดชนิดสังเคราะห์ และลักลอบขนส่งสารเคมีข้ามพรมแดน รวมถึงทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ และเว็บมืด ซึ่ง UNODC ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานในไทยและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค เพื่อส่งเสริมการแก้ไขปัญหาการรั่วไหลของสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ไปใช้ในทางที่ผิด รวมถึงการจัดทำรายงานฉบับนี้ด้วย