กรมบังคับคดี ชี้แจงกรณีเป็นหนี้แค่ 2.5 แสนบาท ถูกบังคับขายที่ดินใช้หนี้กว่า 11 ไร่

กรมบังคับคดี ชี้แจงกรณีเป็นหนี้แค่ 2.5 แสนบาท ถูกบังคับขายที่ดินใช้หนี้กว่า 11 ไร่

จากกรณี หญิงชาวจังหวัดเชียงราย หอบเอกสารร้องขอความช่วยเหลือหลังไปกู้เงินบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่ขาดส่งจนถูกกรมบังคับคดี ยึดโฉนดที่ดินขายทอดตลาดไปแล้ว 2 แปลง แต่ยอดหนี้ไม่ลด แถมยังโดนจ่อยึดอีก 1 แปลง รวมแล้วกว่า 11 ไร่ นั้น

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นางทัศนีย์ เปาอินทร์ อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวเป็นการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดเทิง หมายเลขแดงที่ ผบ.1804/2559 ซึ่งคดีดังกล่าวศาลพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้แก่โจทก์จำนวน 375,458 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 267,500 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสามจะชำระเงินให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น โดยมีเงื่อนไขการผ่อนชำระตามที่โจทก์และจำเลยทั้งสามตกลงกันในสัญญาประนีประนอมยอมความ

ซึ่งหากผิดนัดจำเลยทั้งสามยอมให้โจทก์ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 25903 ตำบลงิ้ว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสาม เพื่อชำระหนี้ให้ครบถ้วน ต่อมาโจทก์ได้มาแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่ายังไม่ได้รับชำระหนี้พร้อมขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามคำพิพากษาโดยการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 25903 

ที่มีชื่อสาวชาวเชียงรายเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามที่เป็นข่าวซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ในคดีออกขายทอดตลาด แต่ปรากฏว่าการขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวยังไม่พอชำระหนี้ โจทก์จึงได้ดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาต่อไปโดยขอให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 เพิ่มเติมคือที่ดินโฉนดเลขที่ 28257 ตำบลงิ้ว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ออกขายทอดตลาด

Advertisement

แต่เนื่องจากที่ดินแปลงดังกล่าวติดจำนองสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ทำให้เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดยังไม่พอชำระหนี้โจทก์และยังมีหนี้คงเหลือ ซึ่งโจทก์อาจขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีบังคับคดีตามคำพิพากษาต่อไปโดยการยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามได้อีก อันเป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องดำเนินการ

แต่อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ทราบข่าวความเดือดร้อน กรมบังคับคดีได้เร่งให้ความช่วยเหลือ โดยได้มอบหมายให้นายกฤษฎา ทาจินา ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงราย สาขาเทิง ประสานนัดทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกร่วมกันโดยการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงราย สาขาเทิง กรมบังคับคดีให้ความสำคัญกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีมาโดยตลอด

โดยได้กำหนดมาตรการในเรื่องดังกล่าวไว้ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งถึงช่องทางการขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีให้ลูกหนี้ได้ทราบพร้อมกับการแจ้งการยึดหรืออายัดทรัพย์สินทุกครั้ง ซึ่งหากลูกหนี้แสดงความประสงค์จะเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีและสามารถเจรจาการชำระหนี้กับเจ้าหนี้ได้สำเร็จ ก็ไม่เกิดการขายทอดตลาดทรัพย์ของลูกหนี้ และลูกหนี้สามารถชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์กับคู่ความและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย จึงขอให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ว่าจะถูกยึดหรืออายัดทรัพย์แล้วหรือไม่ก็ตาม

ใช้ช่องทางการขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ชั้นบังคับคดีในการแก้ไขปัญหา เพื่อจะได้ไม่ต้องถูกบังคับคดีอีกต่อไป ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมบังคับคดี 0-2881-4999 สายด่วนกรมบังคับคดี 1111 กด 79 ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท หมายเลขโทรศัพท์ 0-2881-4840, 0-2881-4940, 0-2887-5072 และสำนักงานบังคับคดีจังหวัด/สาขาทั่วประเทศ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image