เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจ Tachileik News Agency ซึ่งเป็นสื่อท้องถิ่นได้มีการเผยแพร่ภาพและข้อความสถานการณ์ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงข้ามอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ว่าในช่วงกลางเดือน มี.ค.2566 นี้ ได้เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายบุกเข้าจับกุมตัวคนไปเรียกค่าไถ่ในตลาด จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แล้วหลายราย โดยล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อประมาณวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา พบมีการก่อเหตุอย่างอุกอาจใจกลางเมืองที่เป็นชุมชนเมืองและมีร้านค้าหนาแน่น เหตุเกิดที่ร้านจำหน่ายของชำภายในตลาดชายแดน โดยคนร้ายเดินทางไปด้วยรถเก๋งสีขาว เข้าไปจอดที่ถนนหน้าร้านในเวลาประมาณ 20.50 น. ก่อนจะพากันเดินออกจากรถจำนวน 4 คน แต่ละคนแต่งกายด้วยเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวสีดำและสีเทา รวมทั้งสวมหมวกและหน้ากากปิดบังใบหน้ามิดชิด
จากนั้นคนร้ายบุกเข้าไปภายในร้านอย่างอุกอาจและใช้ปืนจี้ให้พนักงานในร้านซึ่งมีหลายคนห้ามเคลื่อนไหวและเอะอะโวยวาย ก่อนจะใช้กุญแจมือพันธนาการหญิงที่มีลักษณะเป็นเจ้าของหรือคนดูแลแล้วพาออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความตกตะลึงของพนักงานร้านและลูกค้าที่เข้าไปซื้อของ ซึ่งกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ตรงหน้าร้านและภายในร้านเก็บภาพเอาไว้ได้อย่างครบถ้วนหลายจุดก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไปอย่างลอยนวล
อย่างไรก็ตาม หญิงสาวที่ปรากฏในภาพของกล้องวงจรปิดนี้ หลังถูกจับตัวไปไม่นาน ล่าสุดทราบว่าคนร้ายได้ปล่อยตัวออกมาแล้วเพราะเธอไม่ใช่เจ้าของร้าน แต่คนร้ายต้องการจะอุ้มตัวเจ้าของร้านไปเรียกค่าไถ่จึงถือว่าอุ้มไปผิดตัว ทั้งนี้มีรายงานว่าสาเหตุในการลงมืออุ้มคนคือการเรียกค่าไถ่ไปยังญาติของผู้ถูกอุ้มรายละ 2-3 ล้านบาท
น.ส.ผกายมาศ เวียร์รา ประธานหอการค้าแม่สาย จ.เชียงราย กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนจีนสีเทาออกอาละวาดในจังหวัดท่าขี้เหล็กว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แต่เป็นเรื่องของกลุ่มคนจีนที่เข้ามาทำธุรกิจใน จ.ท่าขี้เหล็ก ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มทุนจีนมาดำเนินการธุรกิจต่างๆ จำนวนมาก ทั้งโรงแรม ที่พักและสถานบริการต่างๆ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นการกระทำเพื่อจุดประสงค์ใด ซึ่งทางการท้องถิ่นเมียนมากำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อยู่
น.ส.ผกายมาศกล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังเป็นเรื่องภายในของ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาอยู่ ยังไม่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับฝั่งไทย ซึ่งเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการค้าขายหรือการลงทุนใดในแนวชายแดน เพราะการก่อเหตุเป็นการเลือกที่จะดำเนินการ ไม่ได้ก่อเหตุทั่วไป ประชาชนทั้งสองประเทศยังดำเนินวิถีชีวิตได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นนอกประเทศแต่หน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยก็กำลังติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้กระทบต่อประเทศไทย
แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ชายแดนใน จ.ท่าขี้เหล็ก รายหหนึ่งระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตามเพื่อจับกุมคนร้ายแต่ละรายดำเนินคดีแล้ว เพราะก่อเหตุอย่างอุกอาจกลางเมือง และยังก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง โดยเมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา เคยมีเหยื่อเป็นชายที่นั่งขายของอยู่หน้าร้านถูกคนร้ายคาดว่าเป็นกลุ่มเดียวกันนี้จำนวน 4 คน อุ้มตัวไป โดยคนร้ายคนหนึ่งถือปืนยาวด้วยมือข้างเดียวส่วนคนอื่นๆ ถือปืนพกสั้น กระทั่งปัจจุบันเขายังหายตัวไปโดยไม่ทราบชะตากรรม ส่วนสาเหตุที่มีการอุ้มเรียกค่าไถ่แต่ละรายพบว่าเกิดจากหลายกรณี เช่น ปล้นเพื่อหาเงินจากคนรวย ทวงหนี้การพนันที่ติดค้าง ฯลฯ ทั้งนี้กลุ่มผู้ก่อเหตุอาจเป็นกลุ่มคนจีนที่รวมตัวกันเป็นขบวนการหรือแก๊งประกอบมีธุรกิจสีเทาอยู่ในพื้นที่ เพราะช่วงก่อเหตุสื่อสารกันด้วยภาษาจีน
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามชาวบ้านทั่วไปต่างระบุว่าไม่เกรงกลัวต่อการก่อเหตุ เพราะที่ผ่านมาเคยทราบว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้วหลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่เกิดกับคนรวยๆ ไม่ใช่ชาวบ้านหรือร้านค้าทั่วไป ทำให้ชาวบ้านทั่วไป ห้างร้านและตลาดชายแดน ยังคงใช้ชีวิตกันตามปกติ

