แก๊งขนแรงงานเถื่อน อ้าง ชาวเมียนมาทำร้ายกันในรถ เสียชีวิต 3 ศพ ก่อนนำไปทิ้ง ตร.เร่งล่าตัวเพิ่ม 

20.03.23 | 17:39 น.

แก๊งขนแรงงานเถื่อน อ้าง ชาวเมียนมาทำร้ายกันในรถ เสียชีวิต 3 ศพ ก่อนนำไปทิ้ง ตร.เร่งล่าตัวเพิ่ม 

วันที่ 20 มีนาคม 2566 ความคืบหน้าคดีพบศพแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองถูกฆ่าหมู่ 3 ศพ และนำไปทิ้งนอนเรียงกันบริเวณชายป่าห่างจากถนนลพบุรีราเมศวร์เข้าไปราว 200 เมตร ก่อนถึงไปรษณีย์เขต 9 พื้นที่หมู่ 8 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมี 1 ศพ ถูกจับมัดมือมัดมัดเท้าและใช้มีดปาดคอ ส่วนอีก 2 ศพ ถูกตีด้วยของแข็งที่ใบหน้าและศีรษะ และทั้งสามคนผูกเชือกแดงที่ข้อมือเป็นสัญลักษณ์ และทั้ง 3 ศพ เป็นชายอายุราว 30-40 ปี 2 คนและวัยรุ่นอีก 1 คน

รายงานว่ามีการระดมทีมสืบสวนจาก 5 หน่วยทั้งชุดสืบสวน สภ.บางกล่ำ ชุดสืบสวนภาค 9 ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา ตำรวจกองปราบกองกำกับการ 6 ชุดสืบสวน ตม.สงขลา ตามแกะรอยหาเบาะแสคนร้ายทั้งจากภาพกล้องวงจรปิดและสอบสวนพยานแวดล้อม ก็ทราบว่าคดีนี้เบื้องหน้าเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับขบวนการขนแรงงานเถื่อนข้ามชาติ โดยจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าช่วงเกิดเหตุมีรถกระบะตู้ทึบ 3 คัน ขับเข้าออกจากจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นรถขนแรงงานเถื่อน

จากการเปิดเผยของ พ.ต.อ.พงศ์พสิษฐ์ ทองด้วง ผกก.สภ.บางกล่ำ เปิดเผยว่า หลังจากมีการรวบรวมพยานหลักฐานได้มีการขออนุมัติศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับผู้ต้องหา 5 คน และจับกุมได้หมดทั้ง 5 คนแล้วเมื่อวันที่ 19 มี.ค. มีนายชวัลวิชย์ หรือโก้ กว้างขวาง อายุ 22 ปี นางสาวหนึ่งฤทัย ยินดีพิศ อายุ 19 ปี แฟนสาวนายนรินทร์ หรืออั้ม อายุ 24 ปี นางสาวกมลวรรณ หรือบิ๋ม เปรงปราง อายุ 25 ปี แฟนสาว และนายนาวี หรือมาร์ค ป้อมค่าย อายุ 28 ปี ทั้ง 5 คน เป็นชาว จ.สมุทรปราการ

พร้อมกับยึดรถที่ใช้ก่อเหตุ 5 คัน จากพื้นที่ จ.สมุทรปราการ 2 คัน จากเกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี 1 คัน และจาก จ.นราธิวาส อีก 2 คัน

Advertisement

แยกเป็นรถขนแรงงานเถื่อน และรถนำทาง 3 คัน ประกอบด้วย รถยนต์กระบะตู้ทึบที่ใช้ขนแรงงานเถื่อนและรถนำทาง 3 คัน ประกอบด้วยรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ สีขาว ทะเบียน 2 ฒส 7880 กทม. รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีเทา ทะเบียน 2 ฒห 618 กทม. ซึ่งสองคันนี้เป็นรถขนแรงงานพม่ามาคันละประมาณ 15 คน และรถกระบะอีซูซุ สีขาวทะเบียน 2 ฒศ 6278 กทม. ซึ่งเป็นรถนำทาง ส่วนอีก 2 คัน เป็นรถกระบะมีรั้วหรือรถคอกและรถตู้ซึ่งเป็นรถที่มารับช่วงต่อไปส่งที่ จ.นราธิวาส

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 5 คนให้การว่า ขนแรงงานเถื่อนชาวเมียนมามาจากพื้นที่ จ.สมุทรปราการ มาเมื่อช่วงเที่ยงคืนวันที่ 14 มี.ค. มาส่งในพื้นที่ อ.บางกล่ำ จุดที่พบศพในเวลาประมาณ 10.30 น.ของวันเดียวกัน

“ผู้เสียชีวิตทั้งสามคนนั้นขนมากับรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีเทา ทะเยียน 2ฒห 618 กทม. ที่มีนายนรินทร์ หรืออั้ม นางสาวกมลวรรณ หรือบิ๋ม แฟนสาวขับขี่มา และเป็นรถคันที่อยู่ตรงกลาง บอกว่าขับรถมาตามถนนสายเอเชียจนมาถึงช่วง จ.สุราษฎร์ธานี กับ จ.นครศรีธรรมราช ได้ยินเสียงดังผิดปกติท้ายรถเหมือนกับต่อสู้กัน จนฝากระโปรงท้ายเปิด จึงหยุดรถและรีบปิดทันทีเพราะกลัวเหมือนกัน แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่ามีการฆ่ากันตายในรถ

จนขับมาถึงปลายทางในที่เกิดเหตุตอนที่ให้แรงงานต่างด้าวลงจากรถจึงรู้ว่ามีการฆ่ากันตายถึง 3 คน จึงให้กลุ่มแรงงานต่างด้าวยกลงจากรถมาทิ้งไว้ ก่อนที่จะมีรถอีกสองคัน ซึ่งเป็นกระบะรั้วกับรถตู้มารับช่วงต่อขนแรงงานต่างด้าวไปยังปลายทางที่ จ.นราธิวาส

รายงานว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนถูกแจ้งดำเนินคดี 3 ข้อหา คือ “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันปิดบัง ซ่อนเร้น ย้ายทำลายศพฯ, ร่วมกันซ่อนเร้นให้ที่พักพิง ช่วยเหลือประการใดใดให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฏหมาย

พ.ต.อ.พงศ์พสิษฐ์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ยังสอบสวนขยายผลต่อไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับการขนแรงงานเถื่อนชาวเมียนมากลุ่มนี้ทั้งต้นทางและปลายทางที่ จ.นราธิวาส ซึ่งยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคน

ส่วนกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ก่อเหตุฆ่าแรงงานต่างด้าวด้วยกันนั้นถูกส่งต่อไปยังปลายทางที่ จ.นราธิวาสแล้วตอนนี้ยังไม่สามารถบอกว่าได้ข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้วหรือไม่ หรือว่ายังกบดานอยู่ในพื้นที่