รวบแก๊งลักทรัพย์ ชาวมองโกเลีย ตระเวนขโมยเงินผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมิ เสียหายหลายราย เร่งตามตัวคนที่เหลือมาดำเนินคดี
วันนี้ (27 มีนาคม) เวลา 15.00 น. นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ร่วมกับ พันตำรวจเอกมิลิน เพียรช่าง ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 และพันตำรวจเอก
จักรพงศ์ นุชผดุง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมแก๊งลักทรัพย์
ผู้โดยสารภายในท่าอากาศยาน ณ บริเวณหน้าห้อง CIP ชั้น 3 อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.)
สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 22-23 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (กก.3 บก.ทท.1) ได้รับแจ้งจากผู้ใช้บริการ ทสภ.ว่า ถูกคนร้ายขโมยทรัพย์สินภายใน ทสภ. โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ประสานขอภาพจากกล้องวงจรปิดจาก ทสภ. จากการตรวจสอบพบว่ามีแก๊งลักทรัพย์เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ ทสภ. จึงได้ร่วมกันวางแผนและเฝ้าสังเกตการณ์ร่วมกับ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ทสภ. และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เพื่อร่วมกันติดตามจับหาตัวคนร้าย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะกระทำความผิดร่วมกันเป็นแก๊ง โดยชุดสืบสวน กก.3 บก.ทท.1 ได้กระจายกำลังเฝ้าสืบสวนติดตาม โดยเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายจะกลับเข้ามาก่อเหตุในท่าอากาศยานอีก
จนกระทั่งวันที่ 24 มีนาคม 2566 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบบุคคลลักษณะรูปพรรณตรงกับคนร้ายตามที่ผู้เสียหายมาแจ้งความที่บริเวณชั้น B1 อาคารผู้โดยสาร ทสภ. จึงได้นำตัวมาสอบสวน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา
ซึ่งศาลจังหวัดสมุทรปราการอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้นรวม 3 คน ซึ่งเป็นชาวมองโกเลีย ได้แก่
1.นายดามดิน จารกัลป์ไซคาห์น (MR.DAMDIN JARGALSAIKHAN) อายุ 37 ปี สัญชาติมองโกเลีย ผู้ต้องหาที่ 1 ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 195/2566 ลงวันที่ 25 มี.ค.66 กระทําความผิดฐาน “ลักทรัพย์โดยร่วมกันกระทําความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปในท่าอากาศยาน”
2.นายแบทบอด แซมโป (MR.BATBOLD SAMBUU) อายุ 51 ปี สัญชาติมองโกเลีย ผู้ต้องหาที่ 2 ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 194/2566 ลงวันที่ 25 มี.ค.66 กระทําความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ที่บริเวณท่าอากาศยาน”
3.นายแบตเมา อูนาซซาน (MR.BATMYAGMAR URTNASAN) อายุ 37 ปี สัญชาติมองโกเลีย ผู้ต้องหาที่ 3 ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 193/2566 ลงวันที่ 25 มี.ค.66 กระทําความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ที่บริเวณท่าอากาศยาน”
สำหรับพฤติการณ์ของคนร้าย สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มี.ค.2566 ตํารวจท่องเที่ยว กก.3 บก.ทท.1 ได้รับแจ้งจากนายโคจิ อูทาเกะ (Mr.Koji Uetake) ผู้เสียหาย สัญชาติญี่ปุ่น ว่าถูกคนร้ายลักทรัพย์หลังจากไปแลกเงินร้านแลกเงินซุปเปอร์ริส ชั้นใต้ดินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ผู้เสียหายได้นําเงินสดใส่ในกระเป๋าสะพายด้านหลัง แล้วเดินขึ้นไปชั้น 4 เพื่อรอรถมารับ กระทั่งต่อมาตรวจกระเป๋าพบว่าเงินสกุลเยนญี่ปุ่น จํานวน 180,000 เยน ที่แลกมาหายไป จึงมาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตํารวจช่วยติดตาม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตํารวจท่องเที่ยวจึงได้พาไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และประสานขอดูภาพกล้องวงจรปิดภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันและเวลาที่เกิดเหตุ (22 มี.ค.66)
พบว่าในวันเกิดเหตุหลังจากผู้เสียหายแลกเงินแล้ว มีผู้ต้องสงสัยจํานวน 2 คน เดินตามติดผู้เสียหายขณะที่ผู้เสียหายกําลังขึ้นทางเลื่อนจากแอร์พอร์ตลิงก์ บริเวณชั้น B ขึ้นไปยังชั้น 1 อาคารผู้โดยสาร โดยนายดามดิน จารกัลป์ไซคาห์น (MR.DAMDIN JARGALSAIKHAN) ทราบชื่อภายหลัง ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ยืนบังทางเดินให้ผู้ต้องหาผู้หญิงไม่ทราบชื่อ (ยังหลบหนีอยู่ระหว่างติดตามตัว) ใช้เสื้อคลุมกระเป๋าผู้เสียหายแล้วล้วงเอาเงินไป
และในวันเดียวกัน (22 มี.ค.66) เวลาประมาณ 23.00 น. ได้มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและหญิงไทย ชื่อนางเพริศแพรว โทมิชาวะ อายุ 46 ปี มาแจ้งความว่า เวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 22 มี.ค.66 ผู้เสียหายได้ลงไปแลกเงินที่เคาน์เตอร์แลกเงินของธนาคารกสิกรไทย บริเวณชั้นใต้ดิน (ชั้น B) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยแลกเป็นเงินสกุลเยนญี่ปุ่น จํานวน 200,000 บาท แล้วนําเงินใส่กระเป๋าเงินซึ่งเก็บอยู่ในกระเป๋าถือ และวางไว้บนกระเป๋าเดินทาง จากนั้นได้ไปขึ้นลิฟต์และเดินต่อไปยังอาคารจอดรถโซน 3 ชั้น 2
ต่อมาพบว่ากระเป๋าเงินใบดังกล่าวได้สูญหายไป เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ประสานขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด พบกลุ่มผู้ต้องสงสัยจํานวน 5 คน ซึ่งมีผู้ต้องหาที่ 1, 2 และ 3 รวมทั้งผู้ต้องสงสัยเป็นหญิงไม่ทราบชื่อ
(ยังหลบหนีอยู่ระหว่างติดตามตัว) อีก 2 คน เดินติดตามล้อมรอบผู้เสียหายตั้งแต่หลังจากแลกเงินจนเข้าไปในลิฟต์พร้อมผู้เสียหาย และรีบออกจากลิฟต์ไปก่อนผู้เสียหาย ที่บริเวณชั้น 2
วันที่ 23 มี.ค.66 เวลาประมาณ 11.00 น. ได้มีนักท่องเที่ยวสัญชาติแคนาดาชื่อ Mr.Peter Dobbs มาแจ้งที่ตํารวจท่องเที่ยว กก.3 บก.ทท.1 ว่าถูกคนร้ายลักทรัพย์ที่บริเวณชั้น 4 อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เอากระเป๋าเงินไป ภายในมีบัตรเครดิต, ใบขับขี่, เงินสกุลไทย 3-4 พันบาท, เงินเวียดนาม จํานวน 500,000 ดอง และเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ จํานวน 200 ดอลลาร์ และเมื่อขอดูภาพวงจรปิดของท่าอากาศยานพบผู้ต้องสงสัยจํานวน 3 คน มีนายแบทบอด แซมโป (MR.BATBOLD SAMBUU) ทราบชื่อภายหลัง ผู้ต้องหาที่ 2
และนายแบตเมา อูนาซซาน (MR.BATMYAGMAR URTNASAN) ทราบชื่อภายหลัง ผู้ต้องหาที่ 3 และผู้ต้องสงสัยอีกหนึ่งคนไม่ทราบชื่อ (อยู่ระหว่างติดตามตัว) เดินตามติดผู้เสียหายจากเคาน์เตอร์แลกเงิน ไปยัง Row M และ N จากภาพวงจรปิดของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พฤติกรรมการก่อเหตุเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะเป็นแก๊งเดียวกัน ชุดสืบสวน กก.3 บก.ทท.1 จึงรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานการกระทําความผิดนําส่ง พงส. เพื่อดําเนินการทางกฎหมายต่อไป
และได้กระจายกําลังเฝ้าสืบสวนติดตามเพื่อจับกุมคนร้าย ที่ก่อเหตุมาโดยตลอดทุกวัน จนกระทั่งวันที่ 24 มี.ค.66 ชุดสืบสวนพบบุคคลลักษณะรูปพรรณตรงกับคนร้ายตามที่ผู้เสียหาย ทั้ง 2 แจ้งความ บริเวณชั้น B อาคารผู้โดยสาร
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงเชิญตัวมาซักถามสอบสวนขยายผล ต่อมาศาลจังหวัดสมุทรปราการ อนุมัติหมายจับคนร้ายทั้ง 3 คน ตามรายชื่อลําดับที่ 1, 2 และ 3 ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงจับกุมตัวผู้ต้องหา ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา นําตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากกรณีดังกล่าว พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผบช.ทท. และนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ปฏิบัติงานในท่าอากาศยานต่างๆ เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติและขอประชาสัมพันธ์ไปยังนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้ระมัดระวังและสอดส่องดูแลทรัพย์สินของตนในระหว่างการเดินทาง หากเกิดกรณีทรัพย์สินสูญหายให้แจ้งสายด่วน 1155 หรือเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ร่วมขบวนการยังคงหลบหนีการจับกุมอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในระหว่างการขยายผล
การจับกุมเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้คนร้ายกลุ่มดังกล่าวสามารถเข้ามาก่อคดีใน ทสภ.ได้อีกต่อไป
ทสภ.ให้ความสำคัญในการดูแลรักษาความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้บริการทุกท่าน
โดยมีฝ่ายรักษาความปลอดภัย ทสภ. เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ทอท. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 และ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คอยเฝ้าระวังและดูแลสังเกตการณ์รักษาความปลอดภัยตลอดเวลา เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ ทสภ. หากผู้ใช้บริการท่านใดพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือประสบเหตุด่วน เหตุร้าย สามารถแจ้งศูนย์รักษาความปลอดภัย ทสภ. โทรศัพท์ 0-2132-4000 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

