หนีไม่รอด! หนุ่มวิ่งราวสร้อยทอง 2 บาท แม่ค้าของชำ จำได้เคยมาส่งของที่ร้าน สารภาพอยากได้เงินไปใช้หนี้
วันที่ 27 มีนาคม 2566 ที่สภ.นาหินลาด ตำบลนาหอนลาด อำเภอเมืองนครนายก ตำรวจชุดสืบจังหวัดนครนายก และชุดสืบสภ.นาหินลาด นำตัวนายสุริษา ฉ่ำศิริ หรือแบงค์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำจากคอนางเกศร น้ำเงิน อายุ 64 ปี แม่ค้าขายของชำ ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลโครกกรวด อำเภอปากพลี ช่วงเช้าวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา มาสอบปากคำ
หลังจากชุดสืบได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายและแหล่งข่าวว่าภาพบุคคลผู้ก่อเหตุจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏมีลักษณะคล้ายกับผู้ต้องหา จึงได้แจ้งเบาะแส จนสามารถจับกุมได้ที่บ้านของแฟนใหม่ของผู้ก่อเหตุในพื้นที้ตำบลประจันตคราม จังหวัดปราจีนบุรี
โดยมี นางเกศร น้ำเงิน ผู้เสียหายที่ถูกกระชากทองจากคอ ได้มารอเจอผู้ก่อเหตุและชี้ตัวผู้ก่อเหตุที่ สภ.นาหินลาด จนกระทั่งตำรวจควบคุมมาถึงที่สภ. โดยนางเกศรได้ชี้ตัวและยืนยันว่าเป็นผู้ก่อเหตุ พร้อมกับมีหมวกกันน็อคและเสื้อผ้าที่สวมใส่และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 125 สีแดง หมายเลขทะเบียน 1กณ 9334 ปราจีนบุรี มาเป็นหลักพยานหลักฐาน
นางเกศร ได้บอกว่า รู้สึกดีใจที่ตำรวจจับตัวผู้ก่อเหตุมาได้ ซึ่งผู้ก่อเหตุ เคยเป็นพนักงานส่งของร้านค้าขายส่งที่เคยส่งของให้ตนและได้ลาออกไป ก่อนที่จะมาลงมือก่อเหตุในวันเกิดเหตุ และเมื่อได้เจอหน้ากันผู้ก่อเหตุได้ยกมือไหว้ขอโทษตน และตนก็ได้ให้อภัยผู้ก่อเหตุ
ด้านตำรวจได้ทำการสืบสวน ทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นคนตำบลโคกไม้ลาย จังหวัดปราจีนบุรี เคยเป็นพนักงานส่งของร้านค้าส่งแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหนิงชะอม จังหวัดปราจีนบุรี ที่ผ่านมาเคยมาส่งของที่ร้านผู้เสียหาย ก่อนจะลาออกจากงาน หลังก่อเหตุผู้ก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรบานยนต์ ฮอนด้าเวฟสีแดง ใช้เส้นทางอ่างเก็บน้ำคลองยาง ไปทะลุตำบลหนองชะอม ก่อนจะไปหลบซ่อนตัวที่บ้านแฟนใหม่ในพื้นที่อำเภอประจันตคราม จังหวัดปราจีนบุรี ก่อนจะถูกจับกุมได้ในวันนี้
ส่วนสร้อยคอทองคำที่นำไปได้ ได้นำไปขายให้ร้านทองในห้างโลตัส ปราจีนบุรีในวันก่อเหตุ โดยได้เงินไป 58,000 บาท โดยนำเงินไปใช้หนี้ และทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นนักพนันตัวยงด้วย

