ตำรวจชี้ แก๊งฆ่านักศึกษาสาวจีน มีคนจีน 3 ไทย 1 ใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเข้ามา ไม่ฟันธงเรียกค่าไถ่ รอสอบปากคำก่อน
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ สภ.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมานรอง ผบช.ภ.1 พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวนนครบาล ตำรวจชุดสืบสวนภาค 1 ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดนนทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางแม่นาง ร่วมกันประชุมเร่งรัดคดีหลังแก๊งชาวจีน 3 คน อุ้มฆ่านักศึกษายัดถุงสายรุ้ง ทิ้งศพอำพรางคดี ใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมง
พล.ต.ต.พีระพงศ์กล่าวว่า สรุปข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆ ฝ่ายสืบสวนนครบาลกับภาค 1 จังหวัดนนททบุรี และ สภ.บางแม่นาง ร่วมกันรวมรวมพยานหลักฐานทุกด้าน ตรวจที่เกิดเหตุและรถที่เกิดเหตุ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ต้องรอผลตรวจอีกครั้ง
สรุปได้ประมาณว่า คดีนี้มีคนร้าย เป็นคนจีน 3 คน คนไทย 1 คน เรากำลังขยายผลอยู่ มี 1 คนมาพบเราแล้ว คงแจ้งข้อหาเลย ส่วนอีก 3 คน สามารถออกหมายจับวันนี้ ส่วนคนร้ายผู้หญิงกำลังสอบอยู่ เขาให้คำแนะนำ คำปรึกษา มีแชตไลน์คุยกัน ซึ่งยังเป็นความลับในสำนวนเพื่อขยายผล แจ้งข้อหาทั้งกักขังหน่วงเหนี่ยว เรียกค่าไถ่ เจตนาฆ่าโดยทรมาน ซุกซ่อนทำลายศพ ซึ่งเขารู้จักกันมาก่อนตั้งแต่อยู่จีน ผู้หญิงคนนี้เคยมาบ้านที่เกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุ มีความสัมพันธ์ระดับหนึ่ง รู้จักกัน
ผู้ตายเรียนออนไลน์กับมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีมา 2 ปี ปีนี้เป็นปีที่ 3 จึงเดินทางมาเรียนจริง เมื่อวันที่ 8 มีนาคม เรื่องเรียกค่าไถ่ต้องรอสอบปากคำทั้ง 3 คนก่อน ผู้หญิงคนไทยให้การเป็นประโยชน์มาก และต้องดูผลแพทย์ว่าเกิดจากอะไรแน่ที่เป็นสาเหตุการตาย หนักสุดคือเรื่องรัดคอ แต่แผลรอยมีดคงไม่ถึงตาย
คนจีน 3 คนที่ก่อเหตุ มาวีซ่านักท่องเที่ยว 15 วัน ส่วนผู้หญิงคนที่ให้ปากคำทำงานอยู่สถานบริการ และไปเที่ยวชอบพอกับแก๊งคนจีน แถวอินทามระ และเป็นคนไปส่งกลุ่มคนจีนที่สนามบิน หลังจากนี้ต้องสอบปากคำเพื่อขยายผลเพิ่มเติม เราประสานกับสถานทูตจีนแล้วและน่าจะมีการประสานระหว่างประเทศ ได้หมายจับเรียบร้อย คงมีการออกหมายแดงและจะประสานงานต่อไป

