หนุ่มร้านของชำสุดช้ำ! ถูกหลอกให้ขนเหล้าดังไปส่ง สุดท้ายสูญเงินกว่า 7.6 แสนบาท สินค้ายังถูกยึด
วันที่ 10 เม.ย.2566 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จาก นายสุริยันต์ หรือต้อม ฝักหอม อายุ 33 ปี อาชีพเปิดร้านขายของชำ พร้อมกับ นางกชกร ฝักหอม (ภรรยา) จากเมื่อวันที่ 2 มี.ค.66 เวลาประมาณ 18.00 น.ที่ผ่านมา ได้ถูก นายยศธร (ขอสงวนนามสกุล) หรือมาร์ค ทำทีเข้ามาสั่งซื้อเหล้ายี่ห้อรีเจนซี่ (ขวดเเบน) ขนาด 500 ml. จำนวน 179 ลัง ในราคาลังละ 4,250 บาท รวมมูลค่ากว่า 760,750 บาท
บอกให้นำไปส่งให้กับนายเอกวิทย์ (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าของตู้คอนเทนเนอร์ ที่บริเวณอาคารพาณิชย์โครงการแห่งหนึ่งย่านบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ภายหลังจากส่งสินค้าให้เสร็จแล้ว ก็ยังไม่ได้รับเงินค่าสินค้าดังกล่าว จึงได้สอบถามไปยังนายเอกวิทย์ แต่ได้รับคำตอบว่า ได้ทำการโอนเงินให้นายมาร์ค ไปหมดแล้ว ในราคา 720,000 บาท ซึ่งตนไม่รู้เรื่องการโอนเงินจำนวนดังกล่าวเลย จึงจะขอเหล้าคืนจากนายเอกวิทย์ แต่นายเอกวิทย์ไม่ยอมคืนให้และบอกว่าโอนเงินไปแล้วสินค้าเป็นของตนแล้วห้ามขนกลับ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน เพื่อให้ช่วยไกล่เกลี่ยและดำเนินคดีกับนายมาร์ค แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์และขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน
นายสุริยันต์ เปิดเผยว่า วันที่ 2 มี.ค.66 เวลา 18.30 น. นายยศธร หรือมาร์ค ได้เข้ามาติดต่อขอซื้อเหล้ายี่ห้อ รีเจนซี่ ขวดแบน จำนวน 179 ลัง ในราคาลังละ 4,250 บาท ซึ่งได้รู้จักกันผ่านทางกลุ่มไลน์ซื้อขายเหล้ารีเจนซี่ ขณะที่ตนไม่เคยรู้จักและค้าขายกับนายมาร์ค มาก่อนหน้านี้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก โ
ดยนายมาร์ค บอกกับตนว่าจะให้ไปส่งเหล้าให้กับนายเอกวิทย์ ที่อาคารพาณิชย์โครงการอิงฟ้า ย่านบางปะอิน และนายมาร์คจะขอติดรถไปส่งด้วย พอไปถึงตนและภรรยาได้ช่วยกันขนสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ของนายเอกวิทย์จนเสร็จ ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 21.00 น.ตนและภรรยาจะต้องรีบกลับร้าน จึงได้สอบถามเรื่องการโอนเงินโดยนายมาร์ค ได้บอกกับตนว่าให้ตนรอประมาณ 20 นาที เพื่อที่จะให้นายเอกวิทย์ โอนเงินค่าสินค้ามาให้ แต่พอเวลาผ่านไปนายเอกวิทย์ ก็ยังไม่โอนเงินให้ซักที ตนจึงได้เดินเข้าไปสอบถามกับนายเอกวิทย์โดยตรง ก็ได้รับคำตอบว่าได้ทำการโอนเงินจำนวน 720,000 บาท ให้กับนายมาร์คไปแล้ว
จึงได้เข้าไปสอบถามนายมาร์ค ถึงเรื่องเงินค่าสินค้า ก็ได้รับคำตอบว่าเงินไม่มีแล้วเพราะเอาไปหมุนหมดแล้ว ตนจึงจะนำเหล้าทั้งหมดกลับคืนแต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากนายเอกวิทย์ เพราะนายเอกวิทย์บอกกับตนว่า เหล้าทั้งหมดเป็นของเขาแล้ว เพราะเขาจ่ายเงินให้กับนายมาร์คไปแล้วพร้อมกับล็อคกุญแจตู้คอนเทนเนอร์ ตนไม่มีสิทธิ์เอาเหล้ากลับ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ช่วยไกล่เกลี่ย แต่ก็ไม่เป็นผล
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ตนและภรรยาจึงเดินทางมาที่ สภ.บางปะอิน เพื่อมาแจ้งความ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกกับตนว่าจะเอาเหล้าคืนไม่ได้เพราะซื้อขายกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตนจึงถามกับร้อยเวรว่าจะเสร็จเรียบร้อยได้ยังไงตนยังไม่ได้รับเงินเลย และได้สอบถามเรื่องเงินกับนายมาร์ค ก็บอกเหมือนเดิมคือนำเงินไปหมุนหมดแล้วไม่สามารถนำเงินมาคืนให้ตนได้ ซึ่งในคืนวันที่ 2 มี.ค.66 ไม่สามารถเจรจากันได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นัดให้มาพูดคุยกันในภายหลัง
ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ไม่สามารถเจรจากันได้อีกตนจึงตัดสินใจแจ้งความลงบันทึกประจำวันในวันที่ 27 มี.ค.66 ต่อมาเรื่องของตนได้รองผู้การจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้ามาช่วยเหลือดูแล และได้นัดทั้ง 3ฝ่ายเข้ามาพูดคุยกัน โดยได้ข้อสรุปคือจะให้นายเอกวิทย์ซึ่งเป็นเจ้าของตู้คอนเทนเนอร์คืนเหล้าให้กับตนทั้งหมด ส่วนนายมาร์คจะต้องดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง โดยจะแบ่งเป็น 2กรณี คือฉ้อโกงนายเอกวิทย์ และฉ้อโกงตน ส่วนทางทางนายเอกวิทย์หากไม่ยอมคืนเหล้าก็จะโดนดำเนินคดีข้อหารับของโจร
นายสุริยันต์ กล่าวต่ออีกว่า ล่าสุดตนได้เข้าไปติดตามกับทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแต่กลับไม่ได้รับคำตอบถึงเรื่องดังกล่าว เหล้าก็ยังไม่ได้คืน โดยนายเอกวิทย์อ้างว่าไม่สามารถเปิดกุญแจตู้คอนเทนเนอร์ให้ได้ และขอปรึกษากับหุ้นส่วนก่อน แต่ก็มีการเข้าไปเปิดตู้คอนเทนเนอร์เอาเหล้าบางส่วนออกมา ทั้งๆที่มีเอกสารอายัดทรัพย์สินปิดอยู่ที่หน้าตู้ ซึ่งตนก็งงมากว่าทำไมถึงกล้าเปิดตู้คอนเทนเนอร์ ส่วนนายมาร์ค ทางพนักงานสอบสวนก็ได้นัดเข้ามาสอบปากคำแล้ว หากยังไม่มาก็จะออกหมายเรียกหากครบ 2 ครั้ง แล้วยังไม่มาจะออกหมายจับทันที
ตอนนี้ตนเดือดร้อนมากเพราะไม่มีเงินจะไปลงทุนในการซื้อของแล้ว แถมยังมีภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งค่ารถ ค่าบ้าน รวมไปถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆอีก ของที่สั่งก่อนหน้านี้ก็ยังจ่ายเงินให้เขาไม่ครบเลย
ขอฝากไปถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน ให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา เพราะตนติดใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและคิดว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม อยู่ 2 เรื่อง คือ ร้อยเวรเจ้าของคดีทำไมวันที่เกิดเหตุถึงไม่เชิญทั้งหมดมาโรงพัก แต่กลับปล่อยให้ทางเจ้าของตู้คอนเทนเนอร์กลับบ้านเฉยเลย ทำไมไม่เชิญตัวมาทั้ง 3 ฝ่าย แล้วเวลาสอบปากคำตนก็แค่แปปเดียว ตนข้องใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีอำนาจควบคุมตัวเจ้าของตู้คอนเทนเนอร์หรือปล่อยให้เขากลับบ้านไปเฉยเลย
ส่วนเรื่องที่สองตนข้องใจว่าเหมือนร้อยเวรจะรู้เรื่องทั้งหมดอยู่แล้ว และให้ตนไปตกลงกับนาย มาร์ค เอาเอง ก่อนที่ร้อยเวรคนดังกล่าวจะเข้าไปในห้องแล้วก็ปิดไฟนอน ซึ่งตนติดใจกับการทำงานของร้อยเวรคนนี้มาก จึงอยากให้ช่วยตรวจสอบ
ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า ถ้ามีการซื้อ-ขายโดยปกติโดยสุจริต คงจะไม่มีปัญหา ไปแจ้งความกัน แต่ถ้าจ่ายเงินไปแล้วแต่มันไม่ได้ของ หรือมีของมาแล้วปลายทางยังไม่จ่ายตังเลยไม่ส่งมอบของ เพราะมีคนกลางเอาเงินไปก็แล้วแต่ สุดท้ายนั้นคือความผิดฐานฉ้อโกง ถ้าเกิดผู้เสียหายไปรู้จักทางอินเตอร์เน็ตผ่านทางโชเชียลมีเดียนั้นคือข้อหาฉ้อโกงประชาชน และคู่มากับพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ คำถามก็คือค่าความเสียหายตรงนี้เท่าที่ฟัง มันเป็นความผิดพื้นฐานฉ้อโกง มันสามารถยอมความกันได้
ถ้าคุยกันแล้ว คืนเงินกันแล้วเอาเหล้าส่งให้แล้วจบได้ ถ้าจบได้ก็ไม่ต้องเป็นคดีความ แต่ถ้าไม่จบต้องแนะนำว่าทั้ง 2ฝ่ายจะต้องไปดูความเสียหายในแต่ล่ะฝ่ายเท่าไหร่ คนที่จ่ายเงิน 7 แสนบาท ไม่ได้ของเสียหายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคนที่เอาเงินเขาไปจะต้องคืนมา ถ้าใช้ไม่ได้ก็ต้องคืนเป็นของมาตามที่ตกลงกันไว้ ถ้าไม่สามารถให้ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง ออกหมายเรียก 2 ครั้งไม่มาก็ออกหมายจับ มูลค่าความเสียหาย 7 แสนเป็นมูลค่าที่ไม่น้อย
ก่อนหน้านี้มีของเครือข่ายรณณรงค์ ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เคยมีคนที่เสียหายจากการสั่งซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอ 100 กว่าร้านก็มี เคสนี้หน้าจะเป็นหนึ่งในนั้น อยากฝากเตือนพี่น้องประชาชน ซื้อขายของกันอะไรก็ตามถูกผิดปกติอ้างว่าเป็นเหล้า บุหรี่ เบียร์ไม่เสียภาษีก็เลยราคาถูก ให้มาซื้อกับเขา คิดไว้ก่อนอาจเป็นมิจฉาชีพ เมื่อเป็นมิจฉาชีพตัวเราเองที่จะเจ็บ เหล้าก็ไม่ได้ เบียร์ก็ไม่ได้กิน เงินก็ยังเสียไปอีก

