ตร.เร่งล่าตัวพ่อคลั่งยาตีหัวลูกชาย 3 ขวบเลือดอาบ เจอตัวเดินอยู่หน้าบ้านวิ่งหนีรอดหวุดหวิด

27.04.23 | 18:51 น.

ตร.เร่งล่าตัวพ่อคลั่งยาตีหัวลูกชาย 3 ขวบเลือดอาบ เจอตัวเดินอยู่หน้าบ้านวิ่งหนีรอดหวุดหวิด


จากกรณีน้องเอ (นามสมมุติ) อายุ 3 ขวบ 6 เดือน ถูกนายบี (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี พ่อแท้ๆ ชาวบ้าน ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ใช้ไม้กวาดตีกลางหัวบาดเจ็บเย็บ 6 เข็ม หลังเกิดเหตุนายบี ได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปในความมืด ก่อนที่ตำรวจจะมาถึง ส่วนน้องเอหลังเย็บแผลเสร็จ ญาติผู้ใหญ่น้องเอและเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเชียงเพ็ง นำตัวน้องเอส่งไปที่บ้านพักเด็กอุดรธานี ดูแลไว้ ในช่วงเช้าวันที่ 26 เมษายน 2566 จนกว่าจะควบคุมตัวนายบี ไปบำบัดอาการและดำเนินคดีตามกฎหมาย เหตุเกิดช่วงค่ำวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา

โดยมีชาวบ้านถ่ายคลิปขณะน้องเอ วิ่งออกมาจากประตูหลังบ้าน เพื่อขอความช่วยเหลือจากญาติผู้ใหญ่ที่มีบ้านอยู่ติดกัน ด้วยอาการตกใจกลัวร้องไห้จนตัวสั่น มีเลือดอาบทั้งร่างกาย พร้อมกับบอกว่า พ่อใช้ไม้กวาดตีหัว เพราะโมโหที่หาสายหูฟังโทรศัพท์ไม่เจอ และน้องเอไม่ยอมไปซื้อบุหรี่ที่ร้านค้าในหมู่บ้านให้ ขณะที่ชาวบ้าน ญาติพี่น้อง และครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต.เชียงเพ็ง ต่างพากันหวาดผวากลัวว่า หากยังควบคุมตัวนายบีไปบำบัดรักษาอาการไม่ได้ นายบีจะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง เวลาเมายา เมาเหล้า และสารเสพติดอื่นๆ จนควบคุมตัวเองไม่ได้ และไล่ทำร้ายคนอื่น

Advertisement

รวมทั้งครูและเด็กที่ศูนย์ หากนายบีมาตามหาน้องเอที่ศูนย์ไม่เจอ เพราะนายบี รักลูกมาก เนื่องจากหลังเกิดเหตุเช้าวันรุ่งขึ้น (26 เม.ย.) นายบีได้กลับมาบ้านถามหาลูก แล้วเกิดอาการโมโหที่ไม่เจอลูก ชาวบ้านผ่านมาพบเห็นตัว ได้พยายามควบคุมตัวไว้ พร้อมกับถ่ายคลิป แต่นายบีไม่ยอมให้จับ ต่อสู้และดิ้นจนหลุดวิ่งหลบหนีลงไปกลางทุ่งนา

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 เมษายน พ.ต.อ.อติเมธ พลมุข ผกก.สภ.กุดจับ หลังรับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.ชาญศักดิ์ หอมหวน และ ร.ต.ท.วันชัย ชัยสิทธิ์ รอง สวป.สภ.กุดจับ นำกำลังตำรวจลงพื้นที่ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับครูและเด็ก ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต.เชียงเพ็ง และจะเพิ่มความถี่ในการออกตรวจจุดนี้มากขึ้น เพราะเกรงว่านายบีจะมาสร้างความวุ่นวายเดือดร้อน และทำสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเหมือนกับที่ อบต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู โดยนางสายใจ คำตาแสง อายุ 52 ปี ครูหัวหน้าศูนย์ และนางดวงพิทักษ์ ลือหาญ อายุ 55 ปี ครูผู้สอนห้องน้องเอ และเด็กๆ ได้ยกมือไหว้เพื่อขอบคุณตำรวจ สภ.กุดจับ ที่ห่วงใยและให้ความสำคัญ พร้อมกับแนะนำให้ครูปิดล็อกประตูหน้าต่างไว้เพื่อป้องกันเหตุในเบื้องต้น

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ และนายประสาน จันทรา อายุ 59 ปี ผญบ.หมู่ 4 บ้านหนองบึงมอ ต.เชียงเพ็ง ได้วางแผนในการควบคุมตัวนายบี หลังได้รับแจ้งจากญาตินายบี และชาวบ้านว่า พบนายบีไปหลบซ่อนตัวอยู่กระท่อมนาท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นกระท่อมของป้านายบี เมื่อตำรวจและผู้ใหญ่บ้านไปถึงที่กระท่อมตามที่รับแจ้ง แต่ก็ไม่พบตัวนายบีและรถจักรยานยนต์แต่อย่างใด คาดว่าคงไหวตัวหลบหนีไปก่อนที่ตำรวจจะมาถึง จึงพากันมาตรวจสอบที่บ้านพักของนายบี

ซึ่งขณะที่ตำรวจ ผู้ใหญ่บ้าน และตำรวจ ขับรถผ่านหน้าหน้าของนายบี พบนายบีกำลังเดินถือขวดเครื่องดื่มชูกำลังที่ข้างในใส่เหล้าขาว ออกมาจากหน้าบ้าน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวร้องทักชื่อ นายบีตกใจวิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ก่อนหายตัวเข้าไปในซอย ที่จะทะลุไปหนองบึงมอ ตำรวจได้ออกติดตามแต่ก็ไม่พบตัวแต่อย่างใด จึงได้ขอความร่วมมือกับชาวบ้านให้ช่วยแจ้งเบาะแส หากพบตัวนายบี เพราะเป็นบุคคลอันตรายในหมู่บ้านหนองบึงมอ คาดว่าไม่นานคงควบคุมตัวนายบีได้

นางดวงพิทักษ์ ลือหาญ ครูผู้สอนห้องน้องเอ เล่าว่า วันนี้รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นและขอขอบคุณ ที่ทาง พ.ต.อ.อติเมธ พลมุข ผกก.สภ.กุดจับ ที่ได้ให้ตำรวจสายตรวจ ออกมาตรวจตราสอดส่องดูแลความปลอดภัยที่ศูนย์แห่งนี้ เพราะยังหวาดกลัวว่า หากยังจับหรือควบคุมตัวนายบีไม่ได้ นายบีจะมาตามหาลูกที่ศูนย์ ในอาการเมาคลุ้มคลั่ง และก่อเหตุที่ไม่คาดคิดเหมือนเหตุการณ์ที่ จ.หนองบัวลำภู ที่ผ่านมา นายบีเคยมาส่งลูกที่ศูนย์ประมาณ 2 ครั้ง ส่วนมากจะเป็นญาติที่เป็นผู้หญิงมาส่ง แต่เวลานายบีมาส่งลูก เวลาไม่เมาก็จะเป็นคนเงียบและขี้อาย ไม่ค่อยพูด เวลาเดินผ่านใครก็จะไม่มองหน้า หลังจากส่งลูกเข้าเรียนก็จะกลับบ้านไปปกติ

”หากเมายาก็จะเปลี่ยนเป็นคนละคน และอยากให้จับหรือควบคุมตัวไปบำบัดโดยเร็ว เพราะห่วงความปลอดภัยของเด็กและครูที่ศูนย์แห่งนี้ ส่วนน้องเอ จะเป็นคนนิสัยร่าเริง รักพ่อ และเป็นห่วงพ่อ เพราะเขาอยู่กันแค่ 2 คน และจะชอบขออาหารที่ศูนย์กลับไปให้พ่อกินด้วย รวมๆ แล้วน้องเอเป็นเด็กฉลาด อยู่เป็น และเอาตัวรอดได้ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นร่องรอยน้องเอถูกทำร้าย หลังจากทราบข่าวก็รู้สึกตกใจและเสียใจจนร้องไห้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

ด้านนายประสาน จันทรา ผญบ.หนองบึงมอ เล่าว่า หลังเกิดเหตุตนได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจมาดูแล แต่นายบีได้หลบหนีไปก่อน ตำรวจจึงให้ตนคอยสอดส่อง ดูแลความเคลื่อนไหวของนายบี เวลาเขากลับบ้านให้โทรแจ้งตำรวจทันที และวันนี้ได้ยินข่าวว่า นายบีมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่กระท่อมท้ายนาญาติตัวเอง บริเวณท้ายหมู่บ้าน ที่ผ่านมานายบีก็ไม่มีอาการคลุ้มคลั่งหนักและทำร้ายคนอื่น แต่เขามีพฤติกรรมเสพยา สูดดมสารระเหย กินเหล้า และกัญชา มาตั้งแต่เป็นเยาวชน จึงมีอาการหลอนและคลุ้มคลั่งทำร้ายน้องเอวัย 3 ขวบครึ่ง