ปส.แถลงจับไอซ์ 500 กก. มูลค่า 1.5 พันล้านที่ชุมพรซุกซังข้าวโพดบนรถพ่วง นัดส่งด่านสะเดา

16.12.16 | 16:14 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 ธันวาคม ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รรท. ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รรท.รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ดุษฎี ชูสังกิจ รรท.ผบก.ปส.4 พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส. พ.ต.อ.ชยพจน์ หาสุณหะ รรท.ผบก.ขส.บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ประสานงานตำรวจประเทศออสเตรเลียประจำประเทศไทย ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ 2 คดี ผู้ต้องหา 9 คน พร้อมของกลางไอซ์ 500 กิโลกรัม รถยนต์ 4 คัน โทรศัพท์มือถือ 20 เครื่อง เครื่องกระสุนปืนและทรัพย์สินอื่นรวมมูลค่ากว่า 1.5 พันล้านบาท

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า คดีแรก เมื่อวันที่ 14-15 ธันวาคม ตำรวจด่านตรวจยานพาหนะชุมพร กก.2 บก.ปส.4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปส.4 , เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. , เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.414 , สภ.ท่าแซะ , สภ.มาบอำมฤต , สภ.ปะทิว , สภ.สลุย จว.ชุมพร และ กก.ปพ.บก.สส.ภ.8 ได้ร่วมกันจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดมีผู้ต้องหา 7 คน คือ1.นายเสกสรร หรือหนึ่ง อินแถลง อายุ 26 ปี ชาวจ.ลำปาง 2.นายอนุชา หรือเบียร์ กลองสูงเนิน อายุ 22 ปี ชาวจ.นครราชสีมา 3. นายเอกลักษณ์ หรือบอย แดงสูงเนิน อายุ 24 ปี ชาวจ.นครราชสีมา 4.น.ส.กรรณิการ์ หรือแอน เหว่าแว่ว อายุ 35 ปี ชาวจ.ตาก 5.น.ส.สุรัตนา หรือนุ่น เจตบุตร อายุ 30 ปี ชาวจ.สระบุรี 6.นายอาซาฮา อาแว อายุ 24 ปี ชาวจ.นราธิวาส และนายอีลียะ บินอารง อายุ 30 ปี ชาวนราธิวาส ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 500 กิโลกรัม รถบรรทุกพ่วง ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน 70-0978 บุรีรัมย์ พ่วงทะเบียน 70-0979 จำนวน 1 คัน รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน กจ 2364 ตาก 1 คัน รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีบอร์น ทะเบียน ผฉ 5119 นครราชสีมา 1 คัน รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นดีแม็ก สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง โดยจับกุมได้บริเวณที่ทำการด่านตรวจยานพาหนะชุมพร ถนนเพชรเกษม (กรุงเทพฯ-ชุมพร) หมู่ที่ 2 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และบริเวณหน้าบริษัท เอไอเอ จำกัด สาขาหาดใหญ่ ริมถนนเพชรเกษมสายไป อ.สะเดา ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ขณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจบริเวณริมถนนเพชรเกษม ได้พบรถยนต์กระบะอีซูซุ ทะเบียน กจ-2364 ตาก จอดอยู่ไหล่ทาง ลักษณะมีพิรุธ จึงนำรถยนต์มาตรวจค้นที่ด่านฯ มีนายอนุชา เป็นคนขับ ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่ระหว่างตรวจค้น นายอนุชามีอาการพิรุธ หน้าซีด มือสั่น เหงื่อตก มีสายโทรศัพท์โทรเข้าหลายสายแต่ไม่ยอมรับสาย และพบกระเป๋าเป้เดินป่าแบบสะพายหลังที่กลุ่มผู้ขนยาเสพติดนิยมใช้ในการขนยาเสพติดตามแนวชายแดน 2 ใบ ภายในรถยนต์คันดังกล่าว ตำรวจด่านตรวจยานพาหนะชุมพรจึงได้กระจายกำลังออกตรวจสอบค้นหารถยนต์ที่จอดอยู่ริมถนนเพชรเกษมทั้งขาขึ้นและขาล่อง จนพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีบอร์น ทะเบียน ผฉ 5119 นครราชสีมา มีลักษณะต้องสงสัย จอดอยู่ริมถนนเพชรเกษมฝั่งขาขึ้น หน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ชุมพร ม.7 ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงตรวจค้นพบนายเอกลักษณ์ แดงสูงเนิน เป็นคนขับรถ มีน.ส.กรรณิการ์ เหว่าแว่ว นั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับรถ และน.ส.สุรัตนา เจตบุตร นั่งอยู่ด้านหลังคนขับ การตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย จากนั้นได้ขอตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ พบว่าโทรศัพท์มือถือของนายเอกลักษณ์ และของ น.ส.กรรณิการ์ ได้โทรติดต่อกับนายอนุชา จึงซักถามทั้งสามคนให้การว่า ได้เดินทางมาร่วมกับนายอนุชาจริง

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวต่อว่า ก่อนที่นายเอกลักษณ์จะรับว่าตนเองกับพวกได้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดมาจากทางภาคเหนือ เพื่อไปส่งที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยใช้รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ซุกซ่อนขนยาเสพติด มีนายเสกสรร อินแถลง ซึ่งเป็นสามีของ น.ส.กรรณการ์เป็นคนขับ ชุดจับกุมจึงได้กระจายกำลังค้นหา กระทั่งพบรถยนต์พ่วง 18 ล้อ ทะเบียน 70-0978 บุรีรัมย์ จอดอยู่ในปั๊มน้ำมันริมถนนเพชรเกษมฝั่งขาขึ้นกรุงเทพมหานคร ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร และพบนายเสกสรรมีตำหนิรูปพรรณตรงตามภาพถ่ายจากโทรศัพท์ จึงได้ให้นายเสกสรรขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ มาตรวจสอบที่ด่านตรวจฯ ผลการตรวจค้นพบไอซ์ จำนวน 500 ก้อน ซุกซ่อนอยู่ใต้ซังข้าวโพดท้ายรถบรรทุกคันดังกล่าว ต่อมาวันที่ 15 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ขยายผล กระทั่งทราบว่านายไข่ ไม่ทราบนามสกุล ชาวจ.เชียงราย ได้ว่าจ้างกลุ่มผู้ต้องหา2,000,000 บาท ให้ขนยาเสพติดจากจ.พะเยาไปส่งที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หากไปถึงแล้วจะมีนายอาซาฮา หรือโชติ อาแว เป็นผู้มารับยาเสพติด นัดส่งมอบยาเสพติดกันบริเวณทางไป อ.สะเดา ต่อมาเวลาประมาณ 10.00 น. นายอาซาฮา หรือโชติ และนายอีลียะ บินอารง ได้ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นดีแม็ก สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ถอยหลังมาชิดกับท้ายรถบรรทุกพ่วง และทำการขนไอซ์บนรถบรรทุกพ่วงไปใส่รถกระบะ ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องกาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.4 ดำเนินคดี และจะสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดต่อไป

2
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม เวลาประมาณ 16.45 น. ตำรวจ กก.1 บก.ปส.4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ศรภ.กอง 12 และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จับกุมจ.อ.ยุทธนา คนแรงดี อายุ36ปี อยู่บ้านเลขที่ 318 ม.10 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 364/59 ลง 2 ธ.ค.59 และนายวิรัตน์ ธรรมดี อายุ 29 ปี ชาวจ.ชลบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 366/59 ลง 2 ธันวาคม 2559 ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ RUGER ขนาด 9 มม. ทะเบียน กท 54241425 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง และตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่า 850,000 บาท โดยจับกุมได้บริเวณภายในลานจอดรถห้างสรรพสินค้าย่าน ถ.รามอินทราแขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ

Advertisement

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวอีกด้วยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่าน เชุดจับกุมสืบทราบว่ากลุ่มเครือข่ายสมถะ มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด แก๊งทวงหนี้ และปล่อยเงินกู้ตามบ่อน ในพื้นที่ภาคตะวันออก พัทยา จ.ชลบุรี จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มบุคคลในเครือข่ายจะนำยาเสพติด (ไอซ์) มาส่งให้กับลูกค้าที่ กทม. บริเวณริมถนนรามอินทรา ซอย 58 จึงได้นำกำลังเตำรวจไปซุ่มสังเกตการณ์จนกระทั่งพบรถยนต์เก๋งมาสด้า สีเทาขับเข้ามาบริเวณรามอินทรา ซอย 58 แยก 2 ติดกับธีรวรร โดยมีชายไม่ทราบชื่อถือสิ่งของที่บรรจุในถุงพลาสติก มาวางไว้ที่ข้างทาง และขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจสอบสิ่งของภายในถุงที่วางไว้พบเป็นยาเสพติด (ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม จึงตรวจยึด และสืบสวนเพิ่มเติมจากกล้องวงจรปิด นำไปสู่การออกหมายจับบุคคลในเครือข่ายสมถะ ต่อมาวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านเจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบว่าบุคคลในเครือข่ายสมถะที่มีหมายจับคดียาเสพติด ของ บก.ปส.4 จะเดินทางมาที่ห้างสรรพสินค้าย่านรามอินทรา เพื่อติดต่อธุรกิจเกี่ยวกับยาเสพติด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์จนพบเห็นบุคคลตามหมายจับทั้งสองเดินอยู่ในร้านอาหาร ภายในห้างสรรพสินค้า จึงได้แสดงหมายจับให้บุคคลทั้งสองดู และยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อนแต่อย่างใด จากนั้นได้ควบคุมตัวไปตรวจค้นที่พักบ้านเลขที่ 21/880 ถ 6/3 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนดังกล่าวจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.4 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป