รอง ผบช.ภ.9 ตามคดีฆ่าเด็ก 3 ขวบอย่างใกล้ชิด หลัง “บิ๊กโจ๊ก” เตรียมบินด่วนสางคดีพรุ่งนี้ พบดีเอ็นเอ ชายต้องสงสัยยังไม่ตรงคนร้าย ติวเข้มแนวทางสืบสวนสู่การจับตัวคนร้าย
วันที่ 21 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สภ.ตันหยง อ.เมือง จ.นราธิวาส พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบช.ภ.9 ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดี ด.ญ.โนรซาบีน่า แนฆามา หรือ น้องณาดา อายุ 3 ขวบ ซึ่งหายตัวปริศนาเมื่อวันที่ 14 พ.ค.66 และมาพบศพเสียชีวิตในแอ่งน้ำบริเวณทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ บ้านใหม่ ม.5 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส เมื่อวันที่ 16 พ.ค.66 ที่ผ่านมา โดยมี พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.มะตอฮา มูหนะ ผกก.สภ.ตันหยง พ.ต.ต.ณัฎฐ์ธนิน อณุภาบุณวัทน์ สารวัตรสอบสวน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมเพื่อสรุปและประเมิน รวมทั้งการติดตามสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี ซึ่งการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมลับ ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้
ซึ่งในที่ประชุมคาดว่า จะมีการนำผลตรวจผ่าพิสูจน์ศพน้องณาดา ในเบื้องต้นมาชี้แจงซึ่งที่อวัยวะเพศมีร่องรอยถูกกระทำชำเราจนฉีกขาด และเสียชีวิตก่อนที่คนร้ายจะนำศพน้องณาดาไปอำพรางซ่อนเร้นด้วยการนำไปทิ้งลงไปในน้ำ เนื่องจากผลชันสูตรปอดน้องณาดาไม่มีน้ำ ต้องเสียชีวิตก่อนที่จะนำไปทิ้งในแอ่งน้ำ ในส่วนของผลการตรวจ ดีเอ็นเอ ที่ออกแล้วแต่ยังไม่ได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณชน ได้มีการนำไปเปรียบเทียบกับบุคคลต้องสงสัย ที่ถูกจับกุมและควบคุมตัวมาสอบสวนในเบื้องต้น 5 รายนั้น พบว่า ดีเอ็นเอไม่ตรงกับของคนร้ายที่ก่อเหตุ ส่วนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่แกะรอยบุคคลต้องสงสัยที่อาศัยอยู่ในรัศมี 2 กม.จากจุดเกิดเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือมาทำการตรวจเก็บ ดีเอ็นเอเพื่อไปตรวจสอบล่าสุด จำนวน 40 คน ส่วนกรณีเยาวชนหรือกลุ่มวัยรุ่นที่หายตัวออกจากหมู่บ้าน หลังเกิดเหตุสังหารโหดน้องณาดา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ยังคงติดตามอย่างกระชั้นชิด ในฐานะเป็นผู้ต้องสงสัย เพื่อมาสอบสวนและทำการตรวจเก็บดีเอ็นเอไปตรวจสอบ
โดยแหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าว ได้มีการพูดคุยเป็นการส่วนตัวถึงความเป็นไปได้ของคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีนี้ ค่อนข้างยากลำบากซึ่งเป็นปัจจัยในการติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้มาลงโทษ อาทิ จุดเกิดเหตุพบศพน้องณาดา ซึ่งหลักฐานสำคัญๆ อย่างร่องรอยพื้นรองเท้าของคนร้าย ก็ถูกเหยียบย่ำทำลายจากชาวบ้านเป็นจำนวนมาก ที่เดินทางไปดูศพน้องณาดา รวมทั้งจุดที่พบกางเกงและแพมเพิร์สของน้องณาดา ซึ่งอยู่ห่างจากจุดพบศพประมาณ 50 เมตร ซึ่งเป็นเนินดินมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ ส่วนภาพวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณบ้านของชาวบ้านหลังหนึ่ง ที่คาดว่าสามารถบันทึกพฤติกรรมของคนร้ายเอาไว้ได้ ก็ไม่ชัดเจนนักเนื่องจากกล้องติดตั้งอยู่ในระยะไกลซึ่งภาพไม่คมชัด ประการสำคัญวันที่น้องณาดาได้หายตัวไปอย่างปริศนานั้น ตรงกันข้ามกับร้านค้าของบิดาน้องณาดา ที่เปิดร้านขายกือโป๊ะหรือข้าวเกรียบ เป็นวันที่มีตลาดนัดมีประชาชนเป็นจำนวนมาก ได้เดินทางมาซื้อหาสินค้า ที่อาจจะเป็นไปได้ว่า 1 ในคนร้ายที่ก่อเหตุ ได้เดินทางมาที่ตลาดนัด เมื่อเห็นน้องณาดากำลังนั่งเล่นอยู่หน้าร้าน โดยที่บิดาไม่ได้อยู่เฝ้าเนื่องจากไปแลกเงินมาทอนให้กับลูกค้า คนร้ายจึงฉวยโอกาสนั้นอุ้มน้องณาดาไปทำมิดีมิร้าย หลังจากนั้นได้หลบหนีไป ซึ่งอาจจะไม่ใช่คนร้ายเป็นคนในพื้นที่หมู่บ้านจุดเกิดเหตุ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เป็นเรื่องยากที่จะติดตามตัวคนร้ายมาลงโทษหรือดำเนินคดี
ซึ่งการประชุมติดตามความคืบหน้าทางคดีในครั้งนี้ ทราบว่า เป็นการสรุปผลการปฏิบัติงานในการติดตามจับกุมตัวคนร้าย ที่ก่อเหตุสังหารโหดน้องณาดา เนื่องจากในวันพรุ่งนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. จะเดินทางมาติดตามความคืบหน้าทางคดีด้วยตัวเอง รวมไปถึงการชี้แนะแนวทางในการสืบสวนสอบสวนที่นำไปสู่การจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาลงโทษ


