รองผู้การนนท์ สั่งย้าย 2 ตำรวจ เก็บส่วยสติ๊กเกอร์ ทั้งคู่ยังปฏิเสธ อ้างไปตามเบาะแสยาเสพติด

21.06.23 | 21:42 น.

รองผู้การนนท์ สั่งย้าย 2 ตำรวจ เก็บส่วยสติ๊กเกอร์ ทั้งคู่ยังปฏิเสธ อ้างไปตามเบาะแสยาเสพติด


จากกรณีที่ น.ส.อติกานต์ อายุ 46 ปี แม่ค้าขายกล้วยทอด ที่เปิดร้านขายอยู่ที่หมู่ 13 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ถูกกลุ่มชายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอเรียกเก็บเงินค่าสติ๊กเกอร์ดูแลแรงงานต่างด้าวในร้าน เป็นเงินจำนวน 3,500 บาทต่อเดือน จนถูกพี่ชายเจ้าของร้านถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานและนำเผยแพร่ลงโซเซียล และต่อมาตำรวจยศ ส.ต.ท. 2 นายได้เข้ามอบตัวให้การปฏิเสธ

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 21 มิถุนายน ที่สภ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เบื้องต้น ทางตำรวจทั้ง 2 นายคือส.ต.ท.จีรวัฒน์ ผบ.หมู่.กองร้อยควบคุมฝูงชน.กก.สส.ภจว.นนทบุรี และ ส.ต.อ.สังสรรค์ ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด ภูธรจังหวัดนนทบุรี ที่เดินทางมามอบตัวเพื่อมาชี้แจงรายละเอียดถึงประเด็นดังกล่าวที่เกิดขึ้น

พ.ต.อ.สมพล กล่าวว่า ซึ่งในวันที่เกิดเหตุนั้น ทางด้านเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นายนี้เดินทางไป เนื่องจากได้รับรายงานจากสายข่าวว่า ให้ไปตรวจสอบพื้นที่ร้านดังกล่าวเนื่องจากมีการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยรถยนต์คันดังกล่าว มีเพียงแค่ ตำรวจ 2 นายนี้เท่านั้นที่เดินทางไป ยืนยันไม่ได้มี 4 คน ตามที่ผู้เสียหายแจ้ง อาจจะเข้าใจผิดเพราะภายในรถมีการแขวนเสื้อเอาไว้ และฟิล์มรถมืดทึบ จึงทำให้สังเกตเห็นได้ไม่ชัด

Advertisement

พ.ต.อ.สมพล กล่าวอีกว่า เบื้องต้นจะย้ายทั้งสองนายให้ประจำที่ ศปก.ตร.ไว้ก่อน ในระหว่างการสอบสวน และหากตรวจสอบพบว่ามีการเกี่ยวข้องกับประเด็นที่เกิดขึ้นก็จะสั่งให้มีการออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งเป็นขึ้นตอนต่อไป โดยขณะนี้อยู่ในขั้นการสอบสวน และตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อมูลในโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นายนี้ ว่ามีการเรียกรับเงินมาจริงหรือไม่ หรือมีการเก็บส่วยจริงไหม เบื้องต้นยังคงให้การปฏิเสธ ว่าไม่ได้มีการเรียกเก็บเงินจากผู้เสียหาย

ส่วนเรื่องของสติ๊กเกอร์ ที่มีลายเซ็นด้านหลังนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบว่าเป็นลายเซ็นของผู้ใด เนื่องจากขณะนี้อยู่ในขั้นกระบวนการในการดำเนินการตรวจสอบขัอเท็จจริง และจะผู้เสียหายจะเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป ส่วนในประเด็นเรื่องของ แรงงานต่างด้าวในพื้นที่ ที่มีจำนวนมากนั้น ในเรื่องการจัดการหลังจากนี้ จะไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปยุ่งหรือเกี่ยวข้องใดๆ

เบื้องต้น จากการสอบสวน ได้ทำการแจ้ง 2 ข้อหาคือ มาตรา 148 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น มีโทษจำคุก 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต ปรับตั้งแต่ 100,000 บาท หรือประหารชีวิต และมาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อ่านเพิ่มเติม

2 ตำรวจ เรียกส่วยแม่ค้ากล้วยทอดมอบตัวแล้ว ปฏิเสธข้อกล่าวหา ผู้เสียหายชี้รูป ยันคนเดียวกัน