กรณีเกิดเหตุถังดับเพลิงระเบิดในโรงเรียนราชวินิตมัธยม ข้างสนามม้านางเลิ้ง เป็นสาเหตุให้มีนักเรียนเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บกว่า 10 ราย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่มีการจัดกิจกรรมซ้อมดับเพลิงนั้น
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า สำหรับนักเรียนที่เสียชีวิต ศธ.ได้จัดเตรียมงบประมาณสำหรับเยียวยาครอบครัวแล้วกว่า 6 แสนบาท โดย 1 แสนบาท จะเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดงานศพ โดยเงินช่วยเหลือจำนวนนี้ ได้มาจากเงินประกันชีวิตนักเรียน 2 แสนบาท เงินช่วยเหลือจากสำนักงานปลัด ศธ. และเงินช่วยเหลือจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เงินช่วยเหลือจากสมาคมผู้ปกครอง และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เข้ามาร่วมสมทบด้วยส่วนหนึ่ง ส่วนนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลจนกว่าเด็กจะสามารถกลับมาเรียนได้ตามปกติ ขอให้ผู้ปกครองสบายใจ โดยได้ย้ำให้ดูแลจนกว่าแพทย์จะยืนยันว่าน้องปลอดภัยจริงๆ ค่อยให้กลับบ้าน ทั้งนี้ ส่วนตัวเข้าใจและเสียใจถึงการสูญเสียครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ผู้บริหาร ศธ.ไม่คาดคิดมาก่อน โดยตนได้กำชับให้โรงเรียนดูแลมาตรการป้องกันความปลอดภัยในโรงเรียนให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
สพฐ.เร่งหาสาเหตุ แก๊สระเบิด ร.ร.ราชวินิต เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานเด็กเสียชีวิต
เล่านาทีเหตุสลด นักเรียนม.6 ราชวินิต เสียชีวิตขณะซ้อมดับเพลิง บาดเจ็บอื้อ
น.ส.ตรีนุชกล่าวต่อว่า ส่วนจะมีการทบทวนการจัดกิจกรรมอบรมเรื่องความปล่อยภัย โดยเฉพาะการฝึกซ้อมดับเพลิงหรือไม่นั้น ต้องยอมรับว่าทางโรงเรียนไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเรื่องการป้องกันอัคคีภัย ดังนั้น จึงประสานหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยจัดอบรมเรื่องดังกล่าว เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องไม่คาดคิด เข้าใจว่าครูและนักเรียนในโรงเรียนต่างเสียขวัญต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงประสานหน่วยงานด้านสุขภาพจิตเข้าไปดูแล โดยทราบว่าทางโรงเรียนได้ประกาศหยุดเรียนในวันที่ 26-27 มิถุนายน และจะเปิดเรียนอีกครั้งวันที่ 28 มิถุนายน เพื่อตั้งหลักเตรียมสถานที่ ความพร้อมของครู ให้เด็กสามารถกลับมาเรียนได้ตามปกติ ขณะเดียวกัน มอบหมายให้โรงเรียนทั่วประเทศไปสำรวจถังดับเพลิงภายในโรงเรียน หากพบว่ามีสภาพชำรุด หรือเก่าเกินไป ขอให้เปลี่ยนมาเป็นถังที่ได้มาตรฐาน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต ส่วนเรื่องคดีความนั้นขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบหาข้อเท็จจริง

