ดีเอสไอ ตรวจตู้คอนเทนเนอร์ สุกรแช่แข็ง161ตู้ ลักลอบนำเข้า ประเมินภาษีอากร 460ล.

ดีเอสไอลงพื้นที่ร่วมกับ กรมศุลกากร กรมปศุสัตว์ ตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์บรรจุหมูแช่แข็ง 161 ตู้ ที่ท่าเรือแหลมฉบัง เร่งเอาผิดคนเกี่ยวข้อง พร้อมประเมินมูลค่าภาษีอากร 460 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับ นายวาริส วิสารทานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคการตรวจสอบสินค้า สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง นายสัตวแพทย์ บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เพื่อตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 161 ตู้ ที่สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังได้มีการตรวจยึดไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีการนำเข้าสุกรแช่แข็ง ซึ่งเป็นของควบคุมการนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์

จากกรณีที่สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ได้ทำหนังสือขอให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางดำเนินคดี ต่อมากองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ จึงได้มีหนังสือส่งเรื่องมายังกรมสอบสวนกลางคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อพิจารณาดำเนินการ

Advertisement

ด้านสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ พร้อมกับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เคยให้ข้อมูลเบื้องต้นและยื่นหนังสือขอให้ดีเอสไอ พิจารณารับเป็นคดีพิเศษด้วยอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งต่อมาอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้พิจารณาและมีคำสั่งให้รับกรณีนี้ไว้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ปรากฏว่า ทางสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังได้ทำการสำรวจของค้างบัญชีเรืออยู่ในอารักขาของศุลกากรเกินกำหนดเวลา 30 วัน จึงได้ออกเอกสารบัญชีของค้างบัญชีเรือ (LIST A) โดยไม่มีใบขนสินค้าอันได้รับรองและไม่ได้เสียอากรหรือวางเงินประกันค่าอากรหรือวางเงินประกันค่าอากรที่พึงเรียกเก็บ

และได้แจ้งไปยังตัวแทนเรือและผู้รับตราส่งตามที่ระบุไว้ในบัญชีเรือ เพื่อให้มีการชำระอากรหรือวางประกันค่าอากรภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่เมื่อครบระยะเวลา ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดมาแสดงความเป็นเจ้าของ จึงทำการเปิดสำรวจ และพบสินค้าประเภทสุกรแช่แข็ง

ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมการนำเข้าตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 โดยสินค้าดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาต จากกรมปศุสัตว์ จึงเป็นการนำเข้าโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 อันเป็นความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อจำกัดและเป็นของอันพึงต้องริบตามกฎหมายศุลกากร ผลการประเมินราคาสินค้าทั้งหมดมีมูลค่าราคารวมค่าภาษีอากร รวมเป็นเงิน 460,105,947.38 บาท โดย DSI จะได้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษต่อไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image