ผบช.ภ.5แถลงจับ เครือข่าย ‘ป๋อลีม้ง’ เชียงของ ลอบขนยาบ้า 7 ล้านเม็ด

3.08.23 | 13:26 น.

ผบช.ภ.5แถลงจับ เครือข่าย ‘ป๋อลีม้ง’ เชียงของ ลอบขนยาบ้า 7 ล้านเม็ด เร่งขยายผลขุดรากถอนโคน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 สิงหาคม  ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ.5) พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 นายอภิกิต ฉ. โรจน์ประเสริฐ ผอ.ป.ป.ส.ภาค 5 พ.อ.ยอดชาย พวงวรินทร์ รอง เสธ.ศอ.ปส.ชน. พ.ต.อ.พิทักษ์ นาสมวาส รอง ผบก.สส.ภ.5 พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล รอง ผบก.ภ.จ.เชียงราย พ.ต.อ.ถนัด ชุ่มมะโน ผกก.สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา จำนวน 1 คน พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 7 ล้านเม็ด รถยนต์จำนวน 1 คัน และรถจักรยานยนต์จำนวน 1 คัน เหตุเกิดบริเวณถนนเชียงแสน-เชียงของ หน้าด่านกักกันสัตว์ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

โดยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธร จ.เชียงราย รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดล๊อตใหญ่เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงทำการเฝ้าติดตามจนกระทั่งพบกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์กลุ่มลำเลียงยาเสพติดขับมาจากพื้นที่ ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย มุ่งหน้าไปทาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย จึงไล่ติดตามและสามารถสกัดจับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นรถนำทางได้จำนวน 1 คน บริเวณหน้าด่านกักกันสัตว์เชียงแสน และตรวจยึดรถยนต์ที่ใช้บรรทุกยาบ้าจำนวน 7 ล้านเม็ด ซึ่งผู้ขับขี่พยายามขับฝ่าจุดสกัดเพื่อหลบหนีและเสียหลักตกลงข้างทาง บริเวณใกล้สวนยางเขตติดต่อ อ.แม่จัน กับ อ.เชียงแสน โดยผู้ขับขี่ได้ทิ้งรถและหลบหนีไปได้

Advertisement

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ขบวนการนี้เป็นเครือข่ายของกลุ่มป๋อลีม้งเชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งมีการทำเป็นขบวนการ รับส่งต่อยาเสพติดกันเป็นทอดๆ พักยาในเขตแนวชายแดนก่อนลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนใน ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลออกหมายจับเครือข่ายที่ยังหลบหนีและติดตามยึดทรัพย์สินของเครือข่ายต่อไป ทั้งนี้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 สรุปผลการจับกุมคดียาเสพติดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 – 27 กรกฎาคม 2566 จำนวน 23,463 คดี รายสำคัญ 121 คดี ของกลาง ยาบ้า 88,162,484 เม็ด ไอซ์ 2,719 กิโลกรัม เคตามีน 435 กิโลกรัม และเฮโรอีน 34 กิโลกรัม พร้อมทั้งยึดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับความผิดคดียาเสพติด ประมาณ 450 ล้านบาท