อัยการเลื่อนสั่งคดี ‘หลวงพี่แป๊ะ-พวก’ เลี่ยงภาษีเบนซ์โบราณ ‘สมเด็จช่วง’ ครั้งที่ 4 เป็น 12 ม.ค.

30.12.16 | 10:30 น.

วันที่ 30 ธันวาคม 2559 แหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุดเปิดเผยถึงการนัดสั่งคดี ครั้งที่ 4 ในคดีที่นายพิชัย วีระสิทธิกุล เจ้าของอู่รถ ผู้ต้องหาที่ 1, พระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ และเลขานุการสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชและเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กับพวกรวม 7 คน ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์เบนซ์โบราณ คันหมายเลขทะบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถในความครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ว่า ในวันนี้พนักงานอัยการได้มีคำสั่งให้เลื่อนการนัดสั่งคดีออกไปก่อนเป็นวันที่ 12 มกราคม 2560 เนื่องจากก่อนหน้านี้อัยการได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอทำการสอบสวนเพิ่มเติมในบางประเด็น ซึ่งขณะนี้ดีเอสไอยังส่งผลสอบเพิ่มเติมมาไม่ครบถ้วน จึงต้องเลื่อนนัดการสั่งคดีออกไปอีก 12 วันตามกำหนดฝากขัง สำหรับคดีนี้ทางพนักงานอัยการได้มีการกำชับและเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอไปทำการสอบสวนและส่งผลสอบเพิ่มเติม เพื่อส่งผลการสอบเพิ่มมายังอัยการก่อนครบกำหนดระยะเวลาฝากขังครั้งที่ 7 ของผู้ต้องหาที่ 4 ซึ่งทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้แจ้งว่า ในบางประเด็นยังไม่สามารถที่จะสอบสวนเพิ่มได้ทัน ก็จะต้องรอดูว่าภายในอีก 12 วัน ทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอจะส่งผลสอบเพิ่มทันที่อัยการจะสั่งคดีหรือไม่

สำหรับคดีนี้ ดีเอสไอสรุปความเห็นควรสั่งฟ้อง โดยกล่าวหา นายพิชัย วีระสิทธิกุล เจ้าของอู่รถ ผู้ต้องหาที่ 1, ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.ที.ออโต้พาร์ท โดยนายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย ผู้ต้องหาที่ 2, นายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย ผู้ต้องหาที่ 3, นายเกษม หรืออ๊อด ภวังคนันท์ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) ซึ่งนำเข้าชิ้นส่วนรถโบราณ ผู้ต้องหาที่ 4, นายเมธีนันท์ หรือชลัช นิติฐิติวงษ์ ผู้ดำเนินการนำเอกสารชุดประกอบรถยนต์ไปชำระภาษีสรรพสามิต ผู้ต้องหาที่ 5, นายสมนึก บุญประไพ ผู้นำเอกสารรถยื่นกรมขนส่ง ผู้ต้องหาที่ 6 และพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ เลขานุการสมเด็จช่วงและผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ ผู้ต้องหาที่ 7 ในความผิด 6 ข้อหา ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27, 27 ทวิ, พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 161, 165 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 265, 267, 268

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวันที่ 30 ธันวาคม จะเป็นวันเริ่มฝากขัง ครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นการฝากขังครั้งสุดท้าย หากอีก 12 วันพนักงานอัยการยังไม่สามารถสั่งคดีได้ ผู้ต้องหาที่ถูกฝากขังครบกำหนด 84 วันตามกฎหมายจะต้องพ้นจากอำนาจคุมขังทันที แต่หากภายหลังพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานส่งอัยการแล้วมีความเห็นสั่งฟ้องก็จะยังสามารถให้พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องต่อศาลได้โดยไม่ตัดสิทธิการฟ้องแต่อย่างใด ส่วนในวันนี้ที่มีการเลื่อนนัดการสั่งคดี ตามปกติแล้วผู้ต้องหาต้องมารับทราบนัดฟังคำสั่งด้วยตนเอง แต่หากมีการเลื่อนก็อาจจะส่งผู้แทนรับมอบอำนาจมาแทนได้